ข่าวช่อง7HD

หนุ่มบุกฉุดแฟนสาว เปิดใจ ก่อเหตุเพราะเกิดความกดดัน และถูกผลักไสไล่ส่ง

หนุ่มบุกฉุดแฟนสาว เปิดใจ ก่อเหตุเพราะเกิดความกดดัน และถูกผลักไสไล่ส่ง
หนุ่มบุกฉุดแฟนสาว เปิดใจ ก่อเหตุเพราะเกิดความกดดัน และถูกผลักไสไล่ส่ง ต้องการเคลียร์ใจ หลังจากนี้ ยอมเลิกรา ถึงแม้จะยังรัก

บุกฉุดแฟนสาว ล่าสุด หลัง กัน จอมพลัง พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ฝ่ายหญิงอายุ 49 ปี ได้สำเร็จ หลังถูกแฟนหนุ่ม พังบ้านบุกฉุดแฟนสาว ที่ จ.นครปฐม และพบว่าพาตัวไปที่ฟาร์มไก่ จ.เพชรบุรี เมื่อช่วยเหลือสำเร็จ พบว่า ทั้ง 2 คน เป็นแฟนกัน ยังเลิกกันไม่เด็ดขาด ฝ่ายหญิงพยายามตีตัวออกห่าง แต่ฝ่ายชายไม่ยอม
คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : กัน จอมพลัง แจ้งพบตัวแล้ว สาวถูกแฟนหนุ่มบุกพังบ้าน กระชากคอ ก่อนอุ้มหาย ล่าสุด ปลอดภัย

ล่าสุด 22 ก.ย.65 ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางสาวอุ้ม อายุ 49 ปี สาวที่ถูกอดีตแฟนหนุ่มบุกฉุด เผยความรู้สึกว่า ตอนนี้รู้สึกดีและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น หลังจากเป็นข่าวในโซเชียล จนมีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยเหลือแนะนำ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดูแลในส่วนของคดี เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกว่าถ้าตนไม่ตาย ก็คงต้องอยู่ตรงนั้นตลอด และยังคิดในใจอีกว่า “จะมีใครมาช่วยเราไหม  ทางบ้านจะห่วงเราจนไม่หลับไม่นอนหรือไม่”

ส่วนในช่วงคืนวันเกิดเหตุ ยืนยันว่า ฝ่ายชายไม่ได้ทำร้ายตนเอง แต่ยอมรับว่าขณะนั้นกลัวใจและกลัวอารมณ์ของฝ่ายชายมาก เพราะมีการข่มขู่ ซึ่งหลังจากนี้ตนมั่นใจ จะไม่กลับไปหาฝ่ายชายอีกแล้ว เพราะถ้ารักกันจริงคงไม่ทำร้ายกัน ตนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันป่าเถื่อน โดยในส่วนของเรื่องเงินและหนี้สิ้นตลอดระยะเวลาที่คบหากันนั้น ในช่วง 2 ปีแรก ฝ่ายชายเป็นคนหาให้จริง แต่ในช่วง 4 ปีหลัง ตนให้ฝ่ายชาย และคงมากพอแล้ว เลยไม่จำเป็นต้องเคลียหรือให้คืน รวมถึงคงไม่กลับไปหาฝ่ายชายแล้ว ซึ่งตอนนี้ถือว่าจบกันด้วยดี

บุกฉุดแฟนสาว

ขณะที่นายโจ อายุ 38 ปี ผู้ที่ก่อเหตุบุกฉุดแฟนสาว ระบุว่า อยากขอโทษสังคมและขอยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุที่ต้องก่อเหตุแบบนั้น เพราะเป็นความกดดันและอัดอั้นตันใจในเรื่องปัญหาของผัว-เมีย ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตนและฝ่ายหญิง แต่ในใจยอมรับรู้ตัวว่าเป็นสิ่งที่ผิด โดยที่ผ่านมาตนไม่เคยได้มีโอกาสออกมาพูดอะไรเลย แม้ว่าจริงๆแล้วตนเป็นคนออกไปหาเงิน เพื่อสร้างครอบครัวตลอดระยะเวลาที่คบกันนาน 6 ปี ซึ่งตนต้องไปๆมาๆระหว่างร้อยเอ็ด-นครปฐม ระยะทางเป็นพันๆกิโลเมตร ด้วยความรักที่มีต่อฝ่ายหญิง แต่ระยะหลังรู้สึกว่าฝ่ายหญิงกลับตีตัวออกห่าง ประกอบกับตนคิดไปเองว่าฝ่ายหญิงมีคนอื่นด้วย พอไปเคลียกับฝ่ายหญิงที่บ้าน ก็กลับถูกทางบ้านเขาไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา แถมฝ่ายหญิงยังพยายามหนีหน้าตนด้วย ทำให้ตนรู้สึกกดดันมาก

ในช่วงวันก่อนก่อเหตุยอมรับว่านั่งรถตู้มาลงที่หน้าบ้านของฝ่ายหญิง และยืนอยู่หน้าประตูบ้านของฝ่ายหญิง แต่กลับถูกทางบ้านและฝ่ายหญิงไล่ออกไปอีก ทั้งๆที่ตนออกไปหาเงินใช้หนี้ ทำทุกอย่างเพื่อฝ่ายหญิงคนเดียว ทั้งเอาตัวเองไปพัวพันในสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งตนพยายามส่งข้อความไปง้อสารพัด แต่ไม่เคยได้รับคำตอบว่าเขานอกใจหรือไม่ และอยากรู้ในตอนนั้นว่าตนผิดอะไร แต่ทางบ้านฝ่ายหญิงกลับไม่เปิดโอกาสให้ตนได้คุยหรือเคลียอะไรเลยกับเจ้าตัวเลย แม้ว่าตอนนั้นจะยืนตากฝนอยู่ ข้าวก็ยังไม่ได้กินเลย

ส่วนในช่วงวันที่บุกเข้าไปเอาตัวฝ่ายหญิงออกมา ยืนยันว่า ในใจคิดอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องปล่อยฝ่ายหญิงออกมาอยู่แล้ว ตนเองไม่ได้เป็นคนโหดร้ายและไม่ได้เป็นคนไม่มีเหตุผลขนาดนั้น ซึ่งในวันนี้ขอยอมรับทุกอย่าง ตนและฝ่ายหญิงได้เคลียร์กันแล้ว แต่ในส่วนลึกของหัวใจ ก็ยังรู้สึกรักและยังเป็นห่วงฝ่ายหญิงอยู่ โดยตอนนี้ก็เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว

บุกฉุดแฟนสาว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนอยู่กับฝ่ายหญิงราวกับว่าฝ่ายหญิงเหมือนกับคน 2 บุคลิก เวลาอยู่กับตัวเองจะเป็นอีกอย่าง เวลาอยู่กับแม่ก็จะเป็นอีกอย่าง ขึงมักจะมีปัญหากันในเรื่องเล็กๆน้อยๆ พร้อมขอสาบานว่า ตนเป็นคนใจร้อนมาก แต่ที่ทุกวันนี้อยู่แบบใจเย็นได้ก็เพราะฝ่ายหญิง 80 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งเขายังเปรียบเสมือนเอาบ่วงรักคล้องคอตนมานานถึง 6 ปี ตนเองทุ่มเททุกอย่าง และอยากสร้างครอบครัวไปกับเขา ตนทั้งรักและเชื่อใจฝ่ายหญิงมาโดยตลอด  ซึ่งเขามักจะพูดเสมอว่า “ไม่มีใครทำให้เขาขนาดนี้” ส่วนความรู้สึกในวันนี้ก็ยังรักและเป็นห่วงฝ่ายหญิง เพราะเสียคนที่ไม่ได้รักเราไปแล้ว พร้อมทั้งอยากขอโทษพ่อและฝ่ายหญิงด้วย แต่หลังจากนี้ตามสัญญาจะไม่เข้าไปทำให้เขาลำบากใจ รวมถึงอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน ไม่ควรลอกเลียนแบบ

ด้าน “กัน จอมพลัง” หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ บอกว่า ตอนนี้บรรยากาศทุกอย่างดีขึ้นมากกว่าตอนแรก หลังจากเรื่องราวคลุกคลุ่นกันอยู่นาน ซึ่งถ้าเขาคุยกันเอง 2 คนตั้งแต่แรกคงไม่มีปัญหา ส่วนตัวพอใจกับเหตุการณ์ในวันนี้และในส่วนของฝ่ายหญิงก็ได้ในสิ่งที่เขาอยากได้แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยและความสบายใจ ซึ่งฝ่ายชายรับปากว่าจะไม่ติดต่อ และไม่ไปหาตามคำสัญญาของลูกผู้ชายที่เขาได้ให้ไว้

ขณะที่ในส่วนของเรื่องคดีความเมื่อเกิดขึ้นแล้ว บางเรื่องคดียอมความไม่ได้ ตนยืนยันว่า จะจัดหาทนายเพื่อช่วยเหลือฝ่ายชาย หากตำรวจจำเป็นต้องดำเนินคดี เบื้องต้นได้พูดคุยกับทางตำรวจไว้บ้างแล้ว ส่วนตอนนี้ฝ่ายหญิงไม่ติดใจเอาความฝ่ายชายแล้วถ้า ฝ่ายชายทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ได้ โดยเฉพาะไม่ให้ฝ่ายชายติดต่อมาหาและไม่ให้ใช้กำลังไม่ทำร้ายและไม่ทำให้เสียหาย

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้จับมือกัน โดยฝ่ายชายได้ยกมือไหว้ขอโทษพ่อและฝ่ายหญิง และขอบคุณกัน จอมพลังที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ

บุกฉุดแฟนสาว

632c20fec34bc4.37339465.jpg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง