ข่าวออนไลน์7HD

สารเคมีรั่วนครปฐมน่าห่วง! แพทย์เตือนเสี่ยงป่วย 3 โรคพร้อมแนะแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สารเคมีรั่วนครปฐมน่าห่วง! แพทย์เตือนเสี่ยงป่วย 3 โรคพร้อมแนะแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้น
สารเคมีรั่วนครปฐมน่าห่วง! แพทย์เตือนเสี่ยงป่วย 3 โรค พร้อมกับแนะ 3 แนวทางปฐมพยาบาล เร่งประสานหน่วยงานใกล้เคียงเข้าดูแลประชาชน

สารเคมีรั่วนครปฐม ล่าสุดวันนี้ (22 ก.ย.2565) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงรายละเอียดดังกล่าวว่า สารเคมีรั่วในโรงงานย่านเพชรเกษม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ต.ศาลายา จ.นครปฐม ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ กรมควบคุมโรค สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดทั้งในส่วนกลาง ได้แก่ กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ให้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ของสารเคมีรั่วไหลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทีมลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในส่วนภูมิภาคได้แก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จ.ราชบุรี ให้ลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพผู้ที่ได้รับผลกระทบในรัศมีที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : นครชัยศรีโรงงานสารเคมีรั่ว ปิดแล้ว 3 โรงเรียน เพี่อป้องกันเหตุ หวั่นกระทบทางเดินหายใจ 

สารเคมีรั่วนครปฐม ครั้งนี้ นพ.โอภาส คาดการณ์ว่าน่าเป็นสาร Biphenyl และ Diphenyl oxide เป็นสารเคมีที่มีลักษณะก่อผลึกใสไม่มีสี ทำให้เกิดการระคายเคืองตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ หากได้รับสาร Biphenyl หรือสัมผัสเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อตับ และระบบประสาท ซึ่งสารพิษอาจส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีความเสี่ยงป่วยจาก 3 กลุ่มโรคได้แก่
  1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ อาเจียน คลื่นไส้
  2. กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ เช่น อาการคันตามร่างกาย มีผื่นแดงตามร่างกาย
  3. กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น อาการแสบหรือคันตา ตาแดง

ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากสารเคมีรั่วไหลนครปฐม ได้แก่ กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ เป็นต้น หากได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป

ขณะที่ พญ.หรรษา รักษาคม ผอ.กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมถึงหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีสารเคมีรั่วไหลนครปฐม ไว้ 3 แนวทาง แบ่งเป็น
  1. หากโดนผิวหนัง ให้ล้างบริเวณที่ถูกสารเคมีโดยใช้น้ำสะอาดล้างให้มากที่สุดเพื่อให้เจือจาง ถ้าสารเคมีถูกเสื้อผ้าให้ถอดเสื้อผ้าออกก่อน
  2. หากเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 นาที แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
  3. หากสูดดมสารพิษเข้าไป ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์หรือมีอากาศถ่ายเท และทำการประเมินการหายใจ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสวมใส่หน้ากากป้องกันสารเคมีที่มีชั้นกรองคาร์บอน และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอหากมีประกาศอพยพเพิ่มเติม ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ควบคุมสถานการณ์แล้ว โดยกรมควบคุมโรคได้ประสานกับหน่วยงานใกล้เคียง เพื่อคัดกรองสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และวางแผนติดตามผลการประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค โทร 02 590 3866

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สารเคมีรั่ว ควบคุมมลพิษ รุดสอบพบเป็นน้ำมันถ่ายเทความร้อนรั่ว