สนามข่าว 7 สี

โจ๋กร่างถีบประตูบุกฟันลูกสาว แม่ผวาเตรียมพาย้ายบ้านหนี จ.นนทบุรี

สนามข่าว 7 สี - หญิงอายุ 42 ปี ผวาเตรียมย้ายบ้านหนี หลังถูกวัยรุ่น 5 คน บุกถีบประตูรั้วบ้าน ฟันรถพัง แถมยังจะไล่ฟันลูกสาวอีก

ภาพจากกล้องวงจรปิดบ้านพักหลังหนึ่งในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี บันทึกภาพกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ก่อนจะขว้างปาข้าวของ ใช้มีดฟันประตูรั้วบ้าน และพยายามตะโกนท้าทาย บุกรุกจะเข้ามาทำร้ายคนในบ้าน เหตุเกิดกลางดึก วันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

หญิงอายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า กลุ่มวัยรุ่นชายที่มาก่อเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน มากันประมาณ 5 คน ทั้งหมดอายุระหว่าง 15-18 ปี พกมีด มาถึงก็ตะโกนเสียงดังโวยวาย ใช้เท้าถีบประตูหน้าบ้านจนพัง ก่อนจะบุกรุกเข้ามาในบ้าน จะเอามีดฟันลูกสาวอายุ 18 ปี และเยาวชนชายอายุ 14 ปี เพื่อนรุ่นน้องของลูกสาว ที่พากันอยู่ในบ้าน ก่อนใช้อาวุธมีดฟันรถจักรยานยนต์เสียหาย 3 คัน

พอก่อเหตุเสร็จก็รีบหนีไปทันที ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง ตอนนี้รู้สึกกลัวมาก อยากย้ายบ้านหนี ไปหาหมู่บ้านที่มิดชิด มีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแล เธอเพิ่งมาเช่าบ้านหลังนี้ได้ 4 เดือน อยู่ด้วยกัน 4 คน มีเธอ ลูกสาว 2 คน และเยาวชนชายอายุ 14 ปี เพื่อนรุ่นน้องของลูกสาว ที่เพิ่งมาอยู่ด้วยได้เพียงอาทิตย์เดียว เชื่อว่าไม่ใช่คนที่จะไประรานหาเรื่องใคร ตอนนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ไม่กล้าออกจากบ้าน และกลัวลูกสาวจะได้รับอันตราย

ด้านหญิงอายุ 18 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้าน บอกว่า จุดเริ่มต้นมาจากช่วงบ่ายวันที่ 12 กันยายน 2565 รุ่นน้องขี่รถจักรยานยนต์มาหา บอกว่า ถูกวัยรุ่นขี่รถไล่ทำร้ายจนรถล้ม มีแผลที่ขาหลายแห่ง จึงสอบถามว่าใครเป็นคนทำ หลังทราบข้อมูลคนต้องสงสัย เธอจึงโทรผ่านเฟซบุ๊กไปถามบุคคลต้องสงสัยที่เชื่อได้ว่าจะเป็นคนก่อเหตุ ฝั่งนั้นก็สวนกลับมาทันที "ใช่ กูเอง" พร้อมกับทิ้งท้าย ท้าทายให้ออกมาเจอกันใหม่ ถ้าไม่ออกมาจะตามไปถึงบ้านเลย

นาทีนั้นตกใจที่อีกฝั่งรู้ที่อยู่บ้านตัวเองได้อย่างไร และกังวลว่าฝั่งคูกรณีจะมาถึงบ้านตามที่ข่มขู่ไว้ กระทั่งกลางดึกก็พากันมาก่อเหตุจริง ๆ หญิงอายุ 18 ปี เธอยืนยันไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และยอมรับว่า 2 ใน 5 คนที่มาก่อเหตุ เธอรู้จักเพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ส่วนชนวนเหตุก็พยายามสอบถามอีกฝั่งแล้วว่า รุ่นน้องของเธอไปทำอะไรให้ ก็ไม่ยอมบอก บ่ายเบี่ยง แถมยังมาก่อเหตุจะใช้มีดฟันผู้หญิงแบบนี้ จึงรู้สึกหวาดกลัวและไม่ปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง