ห้องข่าวภาคเที่ยง

ฝนตกหนักถนนลื่น รถสปอร์ตชนกันบนทางด่วน

ห้องข่าวภาคเที่ยง - ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้ถนนเปียกลื่น รถยนต์สปอร์ต 2 คัน เกิดเฉี่ยวชนกันบนทางพิเศษฉลองรัช มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนสาเหตุตำรวจออกมายืนยันว่า เป็นอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ไม่ใช่การแข่งรถกันมาแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น

อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นบนทางพิเศษฉลองรัช ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าทางลงพระราม 9 แขวงและเขตวังทองหลาง เมื่อขึ้นไปถึงพบรถ Nissan รุ่น Silvia S14 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพฯ สภาพรถพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า สภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบรถยนต์ BMW รุ่น i8 สีเทา ทะเบียนกรุงเทพฯเช่นกัน สภาพชนเสยเข้าไปที่รถคันก่อนหน้าอย่างแรง หน้ารถพังเสียหาย กระจกหน้ารถแตกร้าว เจ้าหน้าที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน คือ นายอภิสิทธิ์ อายุ 39 ปี คนขับรถ Nissan จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

เพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปรับประทานอาหารกับผู้บาดเจ็บ ที่ร้านอาหารย่านเลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ระหว่างทางได้รับแจ้งว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุ จึงรีบขับรถขึ้นทางด่วนมาดู ก็พบรถของเพื่อนหงายท้องอยู่กลางถนน และระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ จู่ ๆ รถ BMW ขับมาด้วยความเร็วพุ่งเข้าชนเสยเข้าไป โดยคนขับเป็นชายวัยรุ่น แต่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ก็มีรถตู้มารับคนขับออกจากจุดเกิดเหตุไป อ้างว่าจะพาไปโรงพยาบาล

เช้านี้ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปดูสภาพรถทั้ง 2 คัน พร้อมตามความคืบหน้าคดี พบว่ารถทั้ง 2 คัน ถูกยกมาเก็บไว้ที่ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช โดยพันตำรวจโท สัญชัย บัวชุลี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ไม่ใช่เป็นการขับรถแข่งกันมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามจะนำรถทั้ง 2 คัน ออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง

โดยคนขับรถ Nissan เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลคามิลเลียน แต่เมื่อไปตรวจสอบ พบว่าไปถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่ปฏิเสธการรักษา ส่วนคนขับรถ BMW รุ่น i8 หลังเกิดเหตุได้แสดงตัวตนมอบใบขับขี่ไว้ให้ ก่อนจะให้รถมารับไปตรวจอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลสมิติเวช แต่เมื่อไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล กลับไม่พบการเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด การตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายจึงไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ให้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวคนขับทั้ง 2 คน มาเพื่อให้ปากคำ