ข่าวออนไลน์7HD

ยกคำร้อง! ไม่คืนสปีดโบตให้ ปอ ตนุภัทร

ยกคำร้อง! ไม่คืนสปีดโบตให้ ปอ ตนุภัทร
ศาลนนท์ยกคำร้อง ปอ ตนุภัทร ขอคืนสปีดโบต ชี้ไม่ใช่เจ้าของตามกฎหมาย   

คดีแตงโม ยังอลเวง วันนี้(26 ก.ย.2565) เมื่อเวลา 12.00 น. ศาลจังหวัดนนทบุรี วินิจฉัย กรณีที่นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ หนึ่งในจำเลย 5 คน บนเรือสปีดโบต คดีที่ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ดาราสาวชื่อดังพลัดตกเรือเสียชีวิต  พร้อมตัวแทนบริษัทเจ้าของเรือ ได้เดินทางยื่นคำร้องขอคืนเรือลำเกิดเหตุ ยี่ห้อโคบอลต์ (COBALT) ที่อายัดไว้เป็นของกลางในคดีต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2565 โดยมี น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี ยื่นเอกสารเกี่ยวข้องในคดีคัดค้านการขอคืนเรือดังกล่าว ศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันนี้ (26 ก.ย.2565)

ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนเรือของกลางหรือไม่ ผู้ร้องมีนายพิทยา เพชรพลอย เป็นผู้รับมอบอำนาจผู้ร้อง นายปภิณวิช รอดบางยาง และนายตนุภัทร หรือปอ เลิศทวีวิทย์ เป็นพยาน เบิกความในทำนองเดียวกันว่า เดิมเรือสปีดโบตของกลาง ซึ่งเป็นเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อเรือโคบอลต์ 25 ประเภทการใช้เป็นเรือสำราญและกีฬา (เรือเร็ว) เป็นของนายปภิณวิช โดยกรมเจ้าท่าได้ออกใบอนุญาตให้นายปภิณวิช ใช้เรือตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.2564 ต่อมานายปภิณวิชได้ขายเรือลำดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2564 ซึ่งขณะนั้นนายตนุภัทร เป็นกรรมการของบริษัทผู้ร้อง โดยตกลงซื้อขายกันในราคา 3,500,000 บาท และผู้ร้องได้ชำระราคาให้แก่นายปภิณวิช ครบถ้วนแล้ว

ส่วนผู้คัดค้าน มีนายอำนาจ สอนหมวก เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี เป็นพยานเบิกความว่า เรือของกลางในคดีนี้เป็นเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต เรือใช้สำราญและกีฬาเล็ก เรือเร็ว หรือสปีดโบต การจดทะเบียนเมืองท่าที่พัทยา ชื่อเจ้าของชื่อ นายปภิณวิช รอดบางยาง การขายเรือเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ การกระทำซื้อขายต้องกระทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายอำเภอ และต้องนำเอกสารดังกล่าวมาจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมเจ้าท่า มีกำหนดแบบจดทะเบียนโอนเรือด้วยตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ ตามเอกสารผู้คัดค้าน สัญญา(ซื้อขาย) นั้น เป็นสัญญาระหว่างเอกชนด้วยกันทำขึ้น ไม่ใช่สัญญาที่มีกฎหมายกำหนดไว้ ปัจจุบันยังไม่มีการโอนเปลี่ยนแปลงทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในเรือของกลาง

เห็นว่า ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เรือของกลางโดยมีพยานผู้ร้องทั้งสามปากนำสืบประกอบ สัญญาซื้อเรือว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในเรือของกลาง แต่ยังไม่มีการจดทะเบียนเรือของกลางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จากนั้นผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องในคดีนี้ แต่เรือของกลางยังไม่ได้มีการจดทะเบียนกับกรมเจ้าท่า ดังนี้เมื่อการซื้อขายเรือของกลางเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ การกระทำซื้อขายต้องกระทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายอำเภอ และต้องนำเอกสารดังกล่าวมาจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมเจ้าท่า สัญญาซื้อขายเรือของกลางดังกล่าว จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคแรก ถือเสมือนว่ามิได้มีนิติกรรมการซื้อขายเรือของกลางเกิดขึ้นเลย เมื่อสัญญาซื้อขายเรือของกลางนี้เป็นโมฆะแล้ว ผู้ร้องย่อมจะอ้างกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเรือของกลางไม่ได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอคืนเรือของกลางในคดีนี้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง