ข่าวออนไลน์7HD

การขึ้นลงของค่าเงินบาทเกิดจากอะไร?

การขึ้นลงของค่าเงินบาทเกิดจากอะไร?
ค่าของเงินบาทไม่ได้ขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยหรืออาศัยการแทรกแซงตลาดเพื่อรักษาระดับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น แต่มีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด มองว่าสังคมไทยยังมีความเชื่อที่ผิดบางประการเกี่ยวกับกลไกที่ทำให้ค่าของเงินบาทหรือที่เราเรียกว่าอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันแต่ละเวลา
====
ความเชื่อที่ผิด 3 ประการ ได้แก่
1. ความเชื่อผิดๆ ว่ารัฐบาลหรือธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถควบคุมกำหนดมูลค่าของเงินบาทได้
2. ความเชื่อผิดๆ ว่า คนไทยสามารถเลือกที่จะให้ค่าเงินบาทเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ เสมือนตลาดซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศตั้งอยู่ในไทย
3. ความเชื่อผิดๆ ที่ว่า การอ่อนหรือแข็งค่าของเงินบาทสามารถจัดการด้วยอัตราดอกเบี้ย

เมื่อตอนเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2559-2562 ก็จะบ่นกันว่าส่งออกไม่ได้ เศรษฐกิจไม่เติบโต เรียกร้องให้ประกาศลดดอกเบี้ย เพราะหวังให้เงินบาทอ่อนค่าลง

พอเงินบาทอ่อนค่าลง ก็มีเสียงกังวลว่าจะเป็นเหมือนวิกฤตต้มยำกุ้ง เรียกร้องกันอีก อยากให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามประเทศอื่นๆ  หวังให้เงินบาทไม่อ่อนค่าลงไปอีก
======
ความจริงแล้ว ค่าของเงินบาท อยู่ที่เอาเงินบาทไปเทียบกับเงินสกุลไหน เช่น

ในปีที่แล้ว อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินดอลลาร์ ขยับจาก 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาเป็น 33.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินบาทอ่อนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ) และอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษที่ขยับจาก 37.5 บาทต่อปอนด์ มาเป็น 46 บาทต่อปอนด์ (ค่าเงินบาทอ่อนเมื่อเทียบกับเงินปอนด์)

และนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ เงินบาทอ่อนตัวลงอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินดอลลาร์ เพิ่มจาก 33.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาเป็น 37.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินปอนด์ที่ปรับตัวลดลงมาเหลือ 42 บาทต่อปอนด์ และหลังการเสด็จสวรรคตของ Queen Elizabeth II อัตราแลกเปลี่ยนก็ลดลงไปเหลือ 40.7 บาทต่อปอนด์ 

$$ ถ้าเงินไหลออกมาก เช่น มีคนนำเข้าสินค้ามามาก ก็ต้องเอาบาทไปแลกดอลลาร์บ้าง ยูโรบ้าง มีความต้องการเงินบาทน้อยลง เงินบาทก็อ่อนค่า

$$ แต่ถ้ามีเงินทุนไหลเข้าประเทศมาลงทุน หรือผู้ส่งออกมีเงินตราต่างประเทศที่ได้จากการขายสินค้า/บริการมากขึ้น ก็มีความต้องการแลกเป็นเงินบาทมากขึ้น เงินบาทก็แข็งค่า

หากเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลักของโลกหรือเงินในตระกร้าเงินเมื่อไหร่นั่นแหละ ถึงจะเรียกได้ว่าเงินบาทอ่อนค่าจริง และถ้าเป็นเช่นนั้นยาวนานติดต่อกันเป็นปีๆ มันก็จะสะท้อนความอ่อนแอทางเศรษฐกิจได้  

เช่นเดียวกัน หาเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลักของโลกเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงเรามีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่เติบโตแข็งแกร่ง แต่หากอยู่ในสถานะเช่นนั้นยาวนานเกินไป ก็อาจจะกระทบกับดุลการค้าของไทยและอัตราเงินเฟ้อของไทยได้ อยู่ที่ตลาดต้องการเงินบาทมากน้อยแค่ไหน มีเงินบาทในระบบแค่ไหน

เศรษฐกิจไทยมีขนาดเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดเศรษฐกิจโลก GDP และไม่มีใครควบคุมปริมาณและมูลค่าการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าผ่านการส่งออกนำเข้าได้ และประเทศไทยไม่ได้ควบคุมเงินไหลเข้าออกประเทศเหมือนประเทศจีน (ไม่ต้องรายงานว่าวันนี้จะซื้อจะขายดอลลาร์สหรัฐเท่าไหร่ จะซื้อเครื่องจักรนำเข้าประเทศก็ไม่ต้องขออนุมัติการซื้อก่อน)

เมื่อควบคุมสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ก็ควบคุมความต้องการเงินบาทในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราของโลกไม่ได้

มูลค่าของเงินบาทก็ไม่ต่างอะไรกับราคาสินค้า คือ ขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ/ขาย

แต่ความต้องการไม่ได้อยู่ที่จุดประสงค์การใช้เงิน (นำเข้าหรือส่งออกสินค้า ลงทุนในต่างประเทศหรือเงินไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ) เพียงเท่านั้น แต่ยังมีบางกลุ่มซื้อ/ขายเงินเพื่อเก็งกำไร

การเก็งกำไร มีขั้นตอนเริ่มต้น คือ การตรวจสอบค่าที่แท้จริงกับค่าที่อยู่ในตลาด

สมมติว่า มีคนสามารถกำหนดค่าของสิ่งๆ หนึ่งได้ (เช่น ผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด ที่สามารถควบคุมตลาดได้) ค่านั้นก็คือราคาที่แท้จริงของสิ่งนั้น แล้วถ้าราคาในตลาดต่างไปจากราคาที่แท้จริง คนที่รู้ความแตกต่างนี้จะเข้าไปเก็งกำไร

แต่ตลาดจะเกิดการเบี่ยงเบนทันที ถ้าคนไม่รู้ค่าที่แท้จริง บอกค่านั้นออกมาให้คนทั้งตลาดรู้ และทั้งตลาดดันเชื่อว่านั่นคือค่าที่แท้จริง คนจะแห่กันเก็งกำไรไปผิดทิศและดันให้มูลค่าของสิ่งนั้นห่างจากค่าพื้นฐาน (fundamental value) ไปไกลเรื่อยๆ

เนื่องจากตลาดเงินตราต่างประเทศเป็นตลาดโลก ไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งสามารถกำหนดปริมาณการซื้อขายในตลาดได้ ทำให้ไม่มีคนที่รู้ค่าที่แท้จริงของเงินสกุลต่างๆ เราต่างก็คาดการณ์ทั้งนั้น และสิ่งที่เราใช้คือข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลเศรษฐกิจเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ การลงทุนจากต่างชาติ การลงทุนในต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ การเติบโตของหนี้ รวมไปถึงการคาดการณ์ผลจากสถานการณ์ทางการเมืองและนโยบายต่างๆ

ความที่ปัจจัยและผลของปัจจัยเหล่านี้เชื่อมต่อโยงใยกันระหว่างประเทศ การระบุถึงค่าเงินที่จะให้มันเป็นดังใจปรารถนาจึงทำไม่ได้

ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ผลของการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาทำให้คาดว่าเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริการจะลดลง ในขณะที่ หากไทยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่อัตราเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ และการลดลงของอัตราเงินเฟ้อมากกว่าการลดลงของอัตราเงินเฟ้อในอเมริกา เราก็จะเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้เหมือนกัน

และในกรณีที่ไทยเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในตลาด (ไม่ใช่แค่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย) แล้ว ผลต่ออัตราเงินเฟ้อไม่เท่ากับผลของอัตราดอกเบี้ย Fed ต่ออัตราเงินเฟ้อในอเมริกาจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

แต่ถ้ามีการแทรกแซงค่าเงินบาทแล้วเกิดเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดให้กับนักลงทุนในตลาด อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทที่เกิดขึ้นตามมาก็อาจจะเป็นค่าที่เกิดจากแรงเก็งกำไร และแทนที่จะมีแค่การอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จะกลายเป็นว่าค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างๆ ถูกบิดเบือนไปด้วย และอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ