สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสักทรุดตัว บ้านเรือนพังถล่ม

สนามข่าว 7 สี - หลังเกิดฝนตกหนัก และตกติดต่อกันเป็นเวลานาน จนเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก ที่ชุมชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี ทรุดตัวและพังถล่ม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย สถานการณ์เป็นอย่างไร ลงสนามข่าวนี้กับคุณกัณฐ์ทัพ เลิศฤทธิเศรษฐ์

เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก บริเวณชุมชนวัดศรีบุรีรตนาราม เขตเทศบาลเมืองสระบุรี พังถล่มเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 กันยายน โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นเขื่อนกระเบื้องพื้นคอนกรีตหินขัด หนาประมาณ 7 เซนติเมตร มีรั้วเหล็กกั้นเป็นแนวยาว พังถล่มลงไปในลำน้ำป่าสัก มีดินริมตลิ่งทรุดตัวยาวไปตามแนวตลิ่งเกือบ 100 เมตร และดินยุบตัวรุกล้ำจากแม่น้ำป่าสัก เข้ามาในตัวบ้านหลังหนึ่งราว ๆ 20 เมตร

เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเดินทางกลับจากทำธุระที่จังหวัดนนทบุรี พอใกล้จะถึงบ้าน เปิดดูกล้องวงจรปิดผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะเป็นห่วงแมวที่เลี้ยงไว้ แต่เห็นปฏิกิริยาของแมวในบ้านมีทีท่าเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง 

หลังเกิดเหตุก็รีบขนสิ่งของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ มากองรวมกันไว้ด้านนอก จากนั้นเจ้าหน้าที่จากเทศบาลก็นำเต็นท์มาช่วยเหลือ ให้ใช้เป็นที่พักหลับนอน แต่ก็หลับไม่ลง เพราะยังผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกลัวว่าหากฝนตกลงมาซ้ำอีก ความรุนแรงจะยิ่งเพิ่มขึ้น

จากการสำรวจพื้นที่โดยรอบ คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากจุดที่เกิดเหตุเป็นแอ่ง ถนนทางเข้าบ้านเป็นร่องน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ประกอบกับก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะเช้าวันที่ 26 กันยายน ในเขตเมืองสระบุรี ฝนตกหนักนานกว่า 4 ชั่วโมง ทำให้ดินบริเวณใกล้เคียงอุ้มน้ำไว้ไม่ไหว และยุบตัวลง

เรื่องนี้ นายธีรรัตน์ จึงยิ่งเรืองรุ่ง นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี เปิดเผยว่า เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสักดังกล่าวนี้ ก่อสร้างโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดสระบุรี เมื่อปี 2558 ก่อนหน้านี้เมื่อ 2-3 ปีก่อน เขื่อนในลักษณะเดียวกันที่อยู่ใกล้ ๆ กันก็ได้พังถล่มลงมาครั้งหนึ่งแล้ว และล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำอีก

ในส่วนของการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สระบุรี พร้อมทั้งเทศบาลเมืองสระบุรี เร่งเข้าสำรวจความเสียหาย และดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเฝ้าระวังบ้านเรือนหลังอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง และหากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น อาจมีการสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัย