ข่าวออนไลน์7HD

พ่อแม่ติดมือถือ ส่งผลเสียต่อพัฒนาการลูกยุคดิจิทัล

พ่อแม่ติดมือถือ ส่งผลเสียต่อพัฒนาการลูกยุคดิจิทัล
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเป็นทั้งคุณและโทษ โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน ที่ชีวิตผูกกับเทคโนโลยีมาก เรียกว่าแทบ 24 ชั่วโมง วันนี้ #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด มีผลสำรวจเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลต่อเด็กมาเล่าให้ทุกท่านฟัง

องค์กร Internet Matters พึ่งจัดทำรายงานฉบับหนึ่งชื่อ  The Children’s Wellbeing in a Digital World: Index Report 2022 ซึ่งทำการสำรวจสุขภาวะ หรือความอยู่ดีมีสุขของเด็กในยุคดิจิทัล โดยมุ่งศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ว่าส่งผลต่อความสุข ความทุกข์ของเด็กอย่างไร

ทั้งนี้ ในการจัดทำตัวชี้วัด มีการวัดสุขภาวะใน 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านพัฒนาการ ด้านอารมณ์ ด้านร่างกาย และด้านสังคม ในการสำรวจ มีการสอบถามข้อมูลผ่านทั้งเด็กและคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครอง

ผลสำรวจพบข้อมูลน่าสนใจอย่างน้อย 3 ข้อ

หนึ่ง เด็กยิ่งโตขึ้น ยิ่งเข้าถึงเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและลบต่อเด็ก

สอง การใช้เวลาเล่นเกมมาก ส่งผลกระทบด้านลบต่อเด็ก ทั้งในด้านพัฒนาการและร่างกาย เด็กหลายคนเมื่อเล่นเกมแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ จ่ายเงินกับการเล่นเกมโดยไม่รู้ตัว ยังไม่นับการติดเกม ที่ทำให้เด็กไม่ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น เล่นกีฬา ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย โดยเด็กที่ใช้เวลาเล่นเกมมากกว่า ได้รับผลกระทบด้านลบสูงกว่า โดยเฉพาะในเด็กผู้ชาย ที่เห็นผลกระทบสูงกว่าเด็กผู้หญิง

สาม การใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัลของพ่อแม่และเด็กมีความสัมพันธ์กัน พ่อแม่มีพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยีอย่างไรส่งผลต่อเด็กด้วย พ่อแม่ที่ติดโทรศัพท์ ผลสำรวจพบว่า ลูกได้ผลกระทบด้านลบสูง

ผลสำรวจสรุปว่า พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดความสุขความทุกข์ของเด็กยุคนี้ ประการสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ต่อการใช้เทคโนโลยีของเด็ก มีบทบาทสำคัญต่อผลลัพธ์ว่าเด็กจะได้อะไรจากเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล

พ่อแม่ที่คุยกับลูกว่า ควรใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลอย่างไร หรือเทคโนโลยีสร้างโอกาสหรือความเสี่ยงอย่างไรต่อชีวิต  คุยกับลูก ให้รู้ว่าเวลาไหนที่ควรขอความช่วยเหลือ และหากต้องการความช่วยเหลือ สามารถบอกพ่อแม่ได้ ตลอดจนออกแบบวิธีการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เช่น กำหนดระยะเวลาเล่นเกม เป็นส่วนสำคัญให้ลูกมีความสุขในยุคดิจิทัล

เทคโนโลยียุคดิจิทัลแม้ดูอันตรายต่อเด็ก แต่ยังมีประโยชน์หลายอย่าง 75% ของเด็กบอกว่า เทคโนโลยีสำคัญต่อการเรียนรู้ของพวกเขา เทคโนโลยีช่วยให้สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่หาไม่ได้จากห้องเรียนหรือชีวิตประจำวันบนโลกออฟไลน์ หรือแม้แต่การเล่นเกม ที่มีโทษหรือส่งผลลบต่อเด็ก แต่ก็มีประโยชน์เหมือนกัน การเล่นเกมช่วยให้เด็กมีสังคม มีทักษะใหม่ๆ ดังนั้นการควบคุมเวลาอาจเป็นเรื่องสำคัญ ที่พ่อแม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้เล่นเกม แต่ก็แบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่น

สอดคล้องกับผลสำรวจของไทยในปี 2563 เรื่องเด็กไทยกับภัยออนไลน์ ของศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่สำรวจเด็กไทยอายุ 12-18 ปี ผลสำรวจพบว่า 89% ของเด็กเชื่อว่าโลกออนไลน์มีภัยหรือความเสี่ยงต่างๆ โดย 69% ของเด็กมีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ ตลอดจนมีเด็กถึง 29% เคยนัดพบเพื่อนออนไลน์

ทั้งนี้สถานการณ์ของเด็กไทยยิ่งดูน่าห่วงขึ้น เมื่อดูจากผลสำรวจ The 2018 DQ Impact Study ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ DQ institute ประเทศสิงคโปร์ ผลสำรวจพบว่า เด็กไทยใช้เวลากับหน้าจอ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 3 ชั่วโมง มีเด็กไทยใช้โซเชียลมีเดียมากถึง 98% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 12% และค่าเฉลี่ยของ Cyber bullying ในเด็กไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 47%

ไม่ใช่แค่ในเด็กโตหรือวัยรุ่นเท่านั้นที่ต้องระวังเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล สำหรับเด็กเล็ก การใช้หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ส่งผลต่อพัฒนาการ ข้อมูลจาก แพทย์หญิงรวงฤทัย ฉิ้มสังข์ กุมารแพทย์ ระบุว่า การดูหน้าจอส่งผลต่อพัฒนาการเด็กหลายด้าน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก โดยเด็กแรกเกิด - 2 ปี ควรงดดูหน้าจอทุกชนิด ขณะที่ในเด็กอายุ 2-5 ปี ถ้าดู ควรดูไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง โดยควรเป็นสื่อที่มีประโยชน์ และดูร่วมกับพ่อแม่ โดยการให้ลูกดูหน้าจอมากไป เสี่ยงเกิดผลเสียคือ เด็กเสี่ยงมีปัญหาด้านพัฒนาการทางภาษา พูดช้า ส่งผลเสียต่อสายตา นอกจากนี้ยังมีผลต่อพฤติกรรม เด็กก้าวร้าว สมาธิสั้น ตลอดจนส่งผลเสียต่อการนอน เด็กที่ดูหน้าจอนานจะหลับยากขึ้นจากผลกระทบของแสงสีฟ้า ส่งผลต่อเวลาและคุณภาพการนอน

กลับไปที่ข้อมูลจากรายงาน The Children’s Wellbeing in a Digital World: Index Report 2022 รายงานระบุชัดว่า เด็กที่บอกว่า ผู้ปกครองหรือพ่อแม่ติดพันใช้โทรศัพท์ตลอดเวลาหรือบ่อยครั้ง เวลาที่ตัวเองพยายามคุยหรืออยากคุยด้วย เด็กคนนั้นได้รับผลกระทบด้านลบในทุกด้านที่มีการสำรวจ ไม่ว่าจะเป็นด้านพัฒนาการ ด้านอารมณ์ ด้านร่างกาย หรือด้านสังคม

รู้อย่างนี้แล้ว ลูกมาคุยด้วยคราวหน้า พ่อแม่ต้องวางมือถือกันแล้ว