เช้านี้ที่หมอชิต

เจ้าของร้านข้าวมันไก่โต้ ไม่ได้ข่มขืนสาวชาว สปป.ลาว จ.นนทบุรี

เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าของร้านขายข้าวมันไก่ ที่ถูกหญิงชาว สปป.ลาว กล่าวหาว่าหลอกพาตัวไปบังคับขืนใจ เข้าพบตำรวจแล้วแต่ให้การภาคเสธ ระบุว่า หญิงสาวเดินทางมาพบและสมยอมร่วมหลับนอนด้วย เชื่อว่าที่เข้าแจ้งความเพราะไม่พอใจที่ตนเองจ่ายเงินให้ไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้
 
จากกรณีที่มีหญิงสาวชาว สปป.ลาว อายุ 18 ปี ไปร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด ว่าไปสมัครทำงานที่ร้านขายข้าวมันไก่ ในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี แต่เมื่อไปพบกับเจ้าของร้านกลับถูกใช้มีดจี้บังคับข่มขืนกระทำชำเรา ถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล และยึดทรัพย์สินเอาไว้ ก่อนที่ผู้เสียหายจะออกอุบายขอใช้โทรศัพท์มือถือ และส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ จนมีตำรวจมาช่วยไว้ได้นั้น
 
หลังจากตกเป็นข่าวถูกหญิงสาวแจ้งความเอาผิด เมื่อช่วงสายวานนี้ นายปัญญา หรือ บังยา อายุ 34 ปี เจ้าของร้านข้าวมันไก่ ก็เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ปากคำในเรื่องที่ถูกกล่าวหา

บังยา ชี้แจงว่า หลังจากตกลงรับหญิงสาวเข้าทำงานในร้านขายข้าวมันไก่ ก็ได้บอกให้เดินทางมาที่ร้าน แต่หญิงสาวได้ให้โชเฟอร์แท็กซี่โทรศัพท์มาบอกว่า ไม่มีเงินจ่ายค่ารถจำนวน 500 บาท ตนก็ขับรถไปจ่ายค่าแท็กซี่ให้ และพาหญิงสาวมาที่บ้าน เมื่อมาถึง หญิงสาวเอ่ยปากขอเงินจำนวน 2,000 บาท แลกกับให้ทำอะไรก็ได้ จึงได้ขอร่วมหลับนอน ไม่ได้มีการบังคับกันตามที่ถูกผู้เสียหายกล่าวหา ก่อนที่ช่วงกลางดึกจะมีตำรวจมาหา ถามเรื่องการกักขังแรงงานต่างชาติ ซึ่งตนเองปฏิเสธ และไปเรียกหญิงสาวมาพบตำรวจ ก่อนที่ตำรวจจะพาตัวหญิงสาวไป

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญฯ, โดยใช้กำลังประทุษร้าย, โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง และข้อหาข่มขืนใจผู้อื่น ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง

ไปร้องทุกข์ขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยคุ้มครองพยาน เพราะยังกังวลเรื่องความปลอดภัย จากพฤติการณ์ที่ถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกาย พร้อมกับจะขอรับการเยียวยาค่ารักษาพยาบาล และค่าตอบแทนความเสียหายด้วย ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ และรับปากจะให้ความช่วยเหลือตามกรอบของกฎหมาย