News

ทุเรียนไทย ช่วยให้นักธุรกิจวงการผลไม้ของจีน มั่งคั่งร่ำรวย

ทุเรียนไทย ช่วยให้นักธุรกิจวงการผลไม้ของจีน มั่งคั่งร่ำรวย
ทุเรียนไทย ชูโรงช่วยให้นักธุรกิจวงการผลไม้ในจีนร่ำรวยมั่งคั่ง ขายดีปีละกว่า 9 หมื่นตัน รายได้พุ่งกว่า 100%  ส่วนราคาทุเรียนไทยในจีนพุ่งไม่หยุด  บางช่วงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท

ทุกเรียนไทย เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ชาวจีนนิยมกินกันมาก ทำให้วงการผลไม้ในจีนต้องสั่งนำเข้า ทุเรียนไทย ชนิดผูกขาดไว้กับสวนในภาคตะวันออกและภาคใต้  สำนักข่าวชินหัว รายงานว่า
บริษัทฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต” (Chongqing Hongjiu Fruit) เป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้ชั้นนำในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน  ครองส่วนแบ่งราว 1% ในตลาดผลไม้ของจีน ส่งขายผลไม้กว่า 300 เมืองในจีน

ทุเรียนไทย เป็นผลไม้ดาวเด่นของฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต ทำกำไรได้ค่อนข้างสูง และถือเป็นกุญแจนำพาบริษัทแห่งนี้ก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง  ทำให้ฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต กลายเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมผลไม้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน
ฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต ยังถือเป็นฟันเฟืองแห่งความมั่งคั่งของการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทย โดยไทยจัดเป็นผู้ผลิตทุเรียนคุณภาพสูง มีภาคตะวันออกและภาคใต้เป็นแหล่งเพาะปลูก ผลผลิตพร้อมจำหน่ายเกือบตลอดปี

เติ้งหงจิ่ว ประธานฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต ผู้ค้าผลไม้มานานกว่า 36 ปี เขาเริ่มทำธุรกิจในตลาดผลไม้ไทยตั้งแต่ปี 2554 จนปัจจุบันมีโรงงานหลายแห่งและจ้างคนงานหลายร้อย เมื่อปี  2564 ได้นำเข้าทุเรียนไทยคิดเป็น 10.06%  ของทุเรียนนำเข้าจากไทยทั้งหมดในจีน  ในปีเดียวกันยังขายทุเรียนได้มากกว่า 90,000 ตัน  เรียกได้ว่า ทุเรียนนำเข้าจากไทยทุก 10 ลูก เป็นของฉงชิ่ง 1 ลูก

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการทุเรียนไทยของตลาดจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาทุเรียนไทยเพิ่มขึ้นเคยขายได้ราคาสูงสุดที่กิโลกรัมละ 500 บาท ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้นับว่ามีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของชาวสวนผลไม้ท้องถิ่นของไทยไม่น้อย

“ปัจจุบันมีสวนมันสำปะหลังเปลี่ยนไปเพาะปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” เติ้งกล่าว พร้อมเสริมว่ามีการดำเนินความร่วมมือระยะยาวกับชาวสวนท้องถิ่น โดยชาวสวนบางส่วนยินดีจะจำหน่ายผลผลิตแก่ฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต มากกว่าโรงงานเล็กๆ ที่ดูธุรกิจไม่มั่นคง

การค้าขายย่อมมีอุปสรรค ฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต มีปัญหาเรื่องระยะเวลาการนำเข้าและส่งออกทุเรียนของไทย  ที่ใช้เวลานานในส่วนของพิธีการศุลกากร ซึ่งมีผลต่อความสดใหม่ของทุเรียน เพราะขั้นตอนการนำเข้าทุเรียนต้องมีการจัดการสลับซับซ้อน ตั้งแต่จัดเก็บ ทำความสะอาด จนถึงขนส่งขั้นสุดท้าย โดยการจัดการส่งออกทุเรียนต้องการผ่านกระบวนการต่างๆ กว่า 60 รายการ และยังต้องเสร็จสิ้นภายใน 15 วัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากไทยและจีนได้ ตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ปีนี้ สำนักงานศุลกากรทั่วไปของจีนและกรมศุลกากรไทยได้ลงนามแผนปฏิบัติการว่าด้วยการรับรองมาตรฐานเออีโอ (AEO) ร่วมกันเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่จีนลงนามเอกสารลักษณะดังกล่าวร่วมกับศุลกากรของประเทศสมาชิกความตกลงฯ

แผนปฏิบัติการดังกล่าวภายใต้ความตกลงฯ มุ่งเอื้ออำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากรแก่ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งนำพาประโยชน์สู่การค้าขายผลไม้ระหว่างจีนและกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยิ่งขึ้นที่ถือเป็นผู้ส่งออกผลไม้สู่ตลาดจีนรายใหญ่ และหวังว่าในอนาคตระยะเวลาพิธีการศุลกากรจาก 6-9 วันจะเหลือ 2-3 วันเท่านั้น

“ผมหวังว่าอนาคตจะมีการขยับขยายมาตรการสนับสนุนเช่นนี้ไปทั่วประเทศจีน และจะดีที่สุดหากมีการจัดตั้ง ‘ช่องทางทุเรียนด่วน’ ระหว่างจีนและไทย เพื่อการขนส่งทุเรียนไทยสู่จีนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น” เติ้งกล่าว