ข่าวออนไลน์7HD

วัคซีนโควิดยังฉีดฟรี! แม้ประกาศเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง

วัคซีนโควิดยังฉีดฟรี! แม้ประกาศเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง
วัคซีนโควิดยังฉีดฟรี! แม้ประกาศเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง แพทย์ย้ำลูกหลานพาผู้สูงอายุมาฉีดวัคซีน ชี้เสี่ยงเสียชีวิตมากที่สุด

วัคซีนโควิดยังฉีดฟรี แม้เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง โดยวันนี้ (3 ต.ค.2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ที่กำหนดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโควิดลดลง โดยผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งยังไม่เคยได้รับวัคซีน ขอให้ลูกหลานนำผู้สูงอายุรับวัคซีนป้องกันการเสียชีวิตและเพิ่มความปลอดภัยในครอบครัว

วัคซีนโควิดจะเปลี่ยนแปลงหลังปรับโรคโควิดเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังหรือไม่นั้น นพ.ธเรศ กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา โรคโควิด 19 ได้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ซึ่งกำหนดให้รายงานโรคเป็นรายสัปดาห์ ผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมโรค โดยเริ่มรายงานวันที่ 3 ต.ค.2565 ซึ่งเป็นการรายงานตัวเลขผู้ป่วยและเสียชีวิตในสัปดาห์แรก ระหว่างวันที่ 25 ก.ย. - 1 ต.ค.2565 เป็นสัปดาห์ที่ 39 ของการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา จำนวนผู้ป่วยโควิดที่รักษาในโรงพยาบาล รวม 4,435 ราย (เฉลี่ยวันละ 634 ราย) จำนวนเสียชีวิตในสัปดาห์ที่ผ่านมา 65 ราย (เฉลี่ยวันละ 9 ราย) ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 54 ราย เท่ากับ 83% และผู้เสียชีวิตช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกินครึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จำนวน 36 ราย (55%) และมีอีก 15 รายยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น (23%) ดังนั้น ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์จะไม่ปลอดภัย อาจติดเชื้อเสียชีวิตได้ ย้ำเตือนให้ลูกหลานนำผู้สูงอายุในบ้านไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลของรัฐหรือ ศูนย์ฉีดวัคซีนในจังหวัด หากเป็นผู้ป่วยติดบ้านหรือติดเตียง สามารถที่จะแจ้งให้ อสม.หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปฉีดวัคซีนให้ที่บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอาการป่วยไม่ต้องตรวจ ATK แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำในระยะที่ผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ นั้น ยังคงมีมาตรการที่สำคัญ คือ ฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงสูงคือผู้สูงอายุที่เหลืออีก 1.9 ล้านคน ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มที่เสี่ยงสูงสุดในเวลานี้ เพราะว่าไม่เคยได้วัคซีนแม้แต่เข็มเดียวและมักมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง หากติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มอื่น รวมทั้งต้องเร่งรัดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองและผู้ใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา เพราะโควิดไม่ได้หายไปจากประเทศไทย และผู้สูงอายุยังไม่ปลอดภัยหากไม่ได้รับวัคซีนครบตามที่แนะนำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 และ สามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์ได้ที่เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค