ข่าวออนไลน์7HD

กรมชลประทาน เตือน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

กรมชลประทาน เตือน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
กรมชลประทาน เตือน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา หลังปรับเพิ่มการระบายน้ำ จากอิทธิพลของร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

กรมชลประทาน โดย นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับอิทธิพลของ "พายุโนรู" ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายตัวทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ส่งผลให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวมทั้งสิ้น 50 จังหวัด เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 20 จังหวัด ยังคงเหลือจังหวัดที่ประสบอุทกภัยอยู่อีก 30 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง พิจิตร สุโขทัย ตาก เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร อุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ ชลบุรี ปราจีนบุรี ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี และนครปฐม

กรมชลประทาน ได้เข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ อาทิ  ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระดับแม่น้ำปิงเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำ รวมถึงบริเวณถนนช้างคลาน ถนนเจริญประเทศ หมู่บ้านป่าพร้าวนอก หมู่บ้านเวียงทอง โดยกรมชลประทาน ได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำป่าแดด ประตูระบายน้ำดอยน้อย ประตูระบายน้ำวังปาน และประตูระบายน้ำแม่สอย พ้นน้ำทุกบาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เศรษฐกิจตัวเมืองเชียงใหม่โดยเร็ว

ด้านสถานการณ์น้ำในลำน้ำชี-มูล อาทิ จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่น้ำท่วม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ชุมแพ และ อ.ภูผาม่าน กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำชี โดยการยกบานระบายน้ำที่เขื่อนชนบทและเขื่อนมหาสารคามขึ้นทุกบาน รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมประจำจุดเสี่ยงอีกจำนวน 6 จุด พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ประตูระบายน้ำ D8 (ห้วยพระคือ) จำนวน 22 เครื่อง ที่ประตูระบายน้ำห้วยใหญ่ จำนวน 6 เครื่อง และที่ประตูระบายน้ำคลองระบาย D.9 อีกจำนวน 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำให้เร็วยิ่งขึ้น 

ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ที่จังหวัดอยุธยา ปัจจุบันมีพื้นที่น้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรลุ่มต่ำ รวม 10 อำเภอ ได้แก่ อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.วังน้อย อ.นครหลวง อ.อุทัย อ.ท่าเรือ อ.บางปะอิน อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางไทร โดยกรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 11 จังหวัด ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา
        
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนเดือนสุดท้ายให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หรือจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน