ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอุบลราชธานี

เวลา 10.30 น. วันนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังโดมอเนกประสงค์ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ พระราชทานสิ่งของ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นายอำเภอสตึก จำนวน 300 ชุด เพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ รวมทั้ง พระราชทานแก่ผู้แทนราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ และอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 12 คน ด้วยทรงห่วงใยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น โดยทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรมาอย่างต่อเนื่อง

โอกาสนี้ ทรงติดตามสถานการณ์อุทกภัยและทอดพระเนตรระดับน้ำบริเวณริมแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นเขตแบ่งพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กับจังหวัดสุรินทร์ โดยจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโนรู ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนเป็นต้นมา ทำให้ฝนตกหนัก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง 1,866 หลัง วัด 3 แห่ง โรงเรียน 4 แห่ง ถนน 113 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 252,375 ไร่ โดยในพื้นที่อำเภอสตึก มีสภาพภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่รับมวลน้ำจากจังหวัดนครราชสีมา และลำน้ำสายสำคัญ 3 สาย ไหลมารวมกัน ประกอบกับปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ ทำให้การระบายน้ำออกจากลำน้ำมูลล่าช้า เอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 29 หมู่บ้าน บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง 1,533 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 29,698 ไร่

เวลา 12.30 น. เสด็จไปยังวัดสุปัฏนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี พระราชทานสิ่งของ จำนวน 500 ชุด แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอเมืองอุบลราชธานี และผู้แทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย จำนวน 10 คน เพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโนรู ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ 25 อำเภอ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 19 อำเภอ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง 6,170 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 18,588 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 267,762 ไร่

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูล พร้อมกับมีพระปฏิสันถารกับหัวหน้าหน่วยงานราชการในการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยพื้นที่อำเภอเมืองมีสภาพภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่รับมวลน้ำจากลำน้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำมูล แม่น้ำชี และลำน้ำอื่น ๆ ประกอบกับปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่มีจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ 11 ตำบล 101 หมู่บ้าน 4,682 คน 1,313 ครัวเรือน วัด 7 แห่ง โรงเรียน 7 แห่ง ซึ่งได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 55 ศูนย์

ข่าวอื่นในหมวด