ประเด็นเด็ด 7 สี

จับแก๊งนำพาหญิงสาวไทยขายบริการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจ ศพดส. ตร. จับกุมแก๊ง นำพาหญิงสาวไทย ไปขายบริการประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (ด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ) รับเงิน อำนวยความสะดวกในการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งหนึ่งใน 6 คน กระทำอัตวินิบาตกรรมเพื่อหลบหนีความผิดแล้ว ติดตามจากรายงาน คุณมะลิ แซ่ฉิ่น

นี่เป็นภาพขณะที่ ศพดส.ตร. แสดงหมายเข้าจับกุม นายวัชระ นางสาวปิยวรรณ, นางสาวสุจิตรตา, นายธัญทัต และ นายกฤษฏ์หิรัญ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังพบพฤติกรรมเรียกรับเงินจากขบวนการค้ามนุษย์เพื่อละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการเดินทางออกนอกประเทศของกลุ่มแรงงาน

การจับกุมครั้งนี้ เป็นการขยายผล จากการจับกุม นางสาวเอ เอเย่นที่ทำหน้าอำนวยความสะดวกในการส่งหญิงสาวไทย ที่ถูกหลอกไปขายบริการที่ ดูไบ ซึ่งเธอ ยอมรับว่าเป็นคนประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อพาเหยื่อหลีกเลี่ยงจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ภายในสนามบิน โดยมี ส.ต.ท.มงคล มารับตัวเหยื่ออีกทอด เพื่อเดินผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน ไปส่งยังปลายทางขาออกประเทศ

ผู้ต้องหาทั้งสองคน ยังให้การซัดทอดด้วยว่า ยังมีเอเย่น ที่ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกันอยู่อีก นี่ทำให้ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย คือ นางสาวภัทรินทร์, นางสาวสรินยา, นางสาวแสงดาว และนายโฮ จุน ฮาว สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเอเย่นหลอกเหยื่อไปทำงาน ซึ่ง 2 รายหลัง ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ หลังถูกตั้งข้อหาค้ามนุษย์

ส่วนค่าหัวคิวในการพาเหยื่อผ่านการตรวจสอบแบบไร้ปัญหา เอเย่นค้ามนุษย์รายนี้ บอกว่าจะต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มจัดหางาน เพื่อเป็นค่าประสานงานอำนวยความสะดวกในการผ่านด่านตรวจคนหางาน หัวละ 4,000 บาท โดยตัวเอเย่นจะได้ส่วนแบ่งจำนวน 1,000 บาท และอีก 3,000 บาท แบ่งให้กับตัวแทนของด่านตรวจคนหางาน

รายงานสืบสวน ตำรวจพบว่า คนที่รับเงินจากเหยื่อ เพื่อเปิดทาง คือ นายสัมพันธุ์ อดีตเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการประสานงานส่งต่อข้อมูลของเหยื่อ ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเมื่อรับเงินค่าดำเนินการแล้ว ก็จะนำมาแบ่งจ่ายต่อให้กับเจ้าหน้าที่รายอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเหยื่อ โดยพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่าหนึ่งล้านบาท แต่ในระหว่างการสืบสวน เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายสัมพันธุ์ ได้กระทำอัตวินิบาตกรรม เพื่อหลบหนีความผิดไปเสียก่อน เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า ขบวนการนี้ ฝังรากลึกมานาน โดยทำงานกันเป็นทีม แบ่งออกเป็นหลายช่วงเพราะการกระทำในลักษณะนี้ ต้องส่งต่อเป็นผลัดเวลาทำการเท่านั้น จึงเชื่อได้ว่าจะยังมีขบวนการเหล่านี้แฝงตัวอยู่ ดังนั้นจะต้องเร่งกวาดล้างเพื่อไม่ให้กลับมากระทำพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ได้อีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง