ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ขยายผลอดีต ผกก.โจ้ รวย 1.3 พันล้าน มีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว?

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ตามต่อคดี "อดีตผู้กำกับโจ้" ล่าสุด ป.ป.ช. ชี้มูลร่ำรวยผิดปกติ ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาลยึดทรัพย์ 1,300 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวมทั้งขยายผลว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานใดเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ไปติดตามกับ คุณรัตนกรณ์ โต๊ะหมัด

จากคดีคลุมถุงดำผู้ต้องหายาเสพติด นำไปสู่การขยายผล ที่มาที่ไปของทรัพย์สิน พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ เจ้าของฉายาโจ้เฟอร์รารี ที่รู้จักกันดีในแวดวงสีกากี ล่าสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตผู้กำกับโจ้ร่ำรวยผิดปกติ เพราะไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของทรัพย์มูลค่านับพันล้านได้

ทรัพย์สิน 1,358 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินฝากในบัญชีธนาคาร 3 แห่ง 1,243 ล้านบาท, บ้าน 2 หลัง, ที่ดิน 4 แปลง 5 ไร่ มูลค่า 54 ล้านบาท, รถหรู 15 คัน มูลค่า 6.1 ล้านบาท และหนี้สินจากการเช่าซื้อรถยนต์ 13 คัน มูลค่า 53 ล้านบาท เกิดเป็นคำถาม ตำแหน่งระดับผู้กำกับการ เงินเดือนระดับ ส.4 ขั้น 20 อัตราเงินเดือนอยู่ที่ 43,330 บาท จะมีทรัพย์สินมากขนาดนี้ได้อย่างไร

ป.ป.ช. พบช่องร่ำรวยของ อดีตผู้กำกับโจ้ มีความเชื่อมโยงการจับกุมรถหรูกว่า 400 คัน ระหว่างปี 2554-2560 เพื่อรับเงินรางวัลในฐานะเจ้าของสำนวนคดี ต้องย้อนกลับไปดูเอกสารที่กรมศุลกากร ว่าใครเป็นผู้ร่วมจับกุม จับแล้วนำส่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรคนไหน ใครเป็นผู้ประเมินราคา เสร็จแล้วมีการนำมาขายให้ใคร

ขณะตำรวจสอบสวนกลางพบมีตำรวจกว่า 10 นาย มีเอี่ยวในการกระทำความผิดร่วมกับอดีตผู้กำกับโจ้ เพราะจากการสอบสวนมีข้อพิรุธหลายประการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

ต้องจับตาการขยายผลของ ป.ป.ช. ตำรวจสอบสวนกลาง จะลากตัวผู้กระทำความผิด นอกเหนือจากอดีตผู้กำกับโจ้ได้หรือไม่ เพราะการจับกุมรถหรู 410 คัน ทุกคันจอดทิ้งไว้พร้อมกุญแจ ประมูลไปแล้ว 405 คัน มูลค่า 1,146 ล้านบาท รับเงินรางวัลนำจับกว่า 630 ล้านบาท จะเป็นไปได้หรือที่จะทำแค่คนเดียว และเป็นไปได้หรือที่ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไม่เคยพบข้อพิรุธเลยแม้แต่ครั้งเดียว