ข่าวช่อง7HD

เด็ก 15 นั่งเล่นมือถือหน้าเทศบาล โดนตีตาแตก ผู้ก่อเหตุอ้าง ฉุนเพื่อนอีกคนโพส์ตด่า

เด็ก 15 นั่งเล่นมือถือหน้าเทศบาล โดนตีตาแตก ผู้ก่อเหตุอ้าง ฉุนเพื่อนอีกคนโพส์ตด่า
เด็กชายวัย 15 นั่งเล่นมือถือหน้าเทศบาล โดนวัยรุ่นอายุ 17 ไม่เคยรู้จักกันใช้ ก้อนหินฟาดตาแตก หวิดตาบอด อ้างไม่พอใจเพื่อนรุ่นพี่ของผู้เสียหาย ที่โพส์ตด่า ด้าน แม่ เผยเหตุการณ์ผ่านมาเป็นเดือน ต้องหยุดงานและยืมเงินคนอื่นพาลูกไปรักษาหมดหลายหมื่น แต่คู่กรณียังไม่จ่าย เยียวยา

ร้องความเป็นธรรม ลูกชายวัย 15 นั่งเล่นมือถือหน้าเทศบาลโ ดนวัยรุ่นอายุ 17 ไม่เคยรู้จักกันใช้ก้อนหินฟาดตาแตกหวิดบอด อ้างไม่พอใจเพื่อนรุ่นพี่ของผู้เสียหาย ที่โพส์ตด่า แม่เผยเหตุการณ์ผ่านมาเป็นเดือนต้องหยุดงานและยืมเงินคนอื่นพาลูกไปรักษาหมดหลายหมื่น ทั้งต้องขอผ่อนจ่าย รพ. วอน ตร.ช่วยเร่งรัดคดี

(21 พ.ย.65) นางละมัย บุญที อายุ 46 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายเฉลิมชนม์ อายุ 15 ปี ลูกชาย ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังจากนายเฉลิมชนม์ ลูกชายถูกนายสุดเขต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ก้อนหินฟาดบริเวณเบ้าตาด้านซ้าย จนจอประสาทตาฉีกขาด ตาดำเป็นรู และมีแผลฉีกขาดที่หนังตาซ้ายเย็บ 5 เข็ม เหตุเกิดเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 17 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุ จนถึงขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 1 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้า คู่กรณียังไม่จ่ายเงินเยียวยาให้ แค่เงินค่าเดินทางไป รพ.เพียง 10,000 บาทเท่านั้น แต่แม่ต้องปิดร้านเสริมสวยขาดรายได้ ทั้งหยิบยืมเงินญาติพี่น้องและคนรู้จัก เป็นค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในการพาลูกชายไปรักษาทั้งที่ รพ.บุรีรัมย์ และ รพ.รามาธิบดี  รวมเกือบ 10 ครั้งหมดเงินไปแล้วหลายหมื่นบาท จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดคดีด้วย

จากการสอบถามนายเฉลิมชนม์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ช่วงค่ำวันเกิดเหตุนายเดี่ยว  อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊กได้ประมาณ 3 เดือน ทักมาชวนให้ออกไปเล่นด้วยที่สนามกีฬาหน้าเทศบาลตำบลพุทไธสง ตนจึงขับรถไปรับนายฟิล์ม อายุ 17 ปีเพื่อนรุ่นพี่อีกคนไปด้วย พอไปถึงก็มีนายเดี่ยว นายเป๊บซี่ อายุ 17 ปี นายฟิล์ม และตนเองรวม 4 คน โดยนายเดี่ยว และนายเป๊ปซี่ นั่ง จยย.คนละคัน ส่วนนายฟิล์ม และตนเองนั่ง จยย.คันเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุนายสุดเขต ซึ่งเคยรู้จักกับนายเดี่ยว แต่ตนเองไม่เคยรู้จักได้ขับรถ จยย.มาจอดเทียบรถตนเอง โดยนายเดี่ยว ก็ยกมือไหว้แล้วถามว่า “จะกลับแล้วเหรอพี่” ซึ่งนายสุดเขต ไม่ได้ตอบอะไร แต่เดินลงจากรถถือก้อนหินมาฟาดเข้าที่เบ้าตาตนเองอย่างแรง ซึ่งตอนนั้นตนนั่งเล่นมือถืออยู่ จนเลือดไหลเต็มเบ้าตาด้วยความตกใจตนก็รีบลุกจาก จยย.เดินไปที่ร้านขายน้ำหน้าอาคารเทศบาล เพื่อขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ที่มาออกกำลังกายในเทศบาล หลังก่อเหตุนายสุดเขต ก็ขับรถหลบหนีไป จากนั้นนายฟิล์ม เพื่อนรุ่นพี่ก็ขับรถพาตนเองไปหาหมอที่ รพ.พุทไธสง ก่อนจะโทรบอกแม่ แล้วถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.บุรีรัมย์  เพราะหมอบอกว่าจอประสาทตาฉีกขาด

นายเฉลิมชนม์ ผู้บาดเจ็บยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุ แต่นายสุดเขต ไปให้การกับตำรวจอ้างว่าที่ก่อเหตุ เพราะไม่พอใจที่นายเดี่ยว ไปโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่า ซึ่งตนเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ก็ยังงงว่าทำไมถึงมาทำร้ายตนเอง ถ้าไม่พอใจนายเดี่ยว ทำไมไม่ตีนายเดี่ยว ตอนนี้กังวลว่าตาจะมองไม่เห็นเหมือนปกติ 

ด้านนางละมัย แม่น้องเฉลิมชนม์ บอกว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้เรียกไปพูดคุยกัน ซึ่งตนก็เรียกค่ารักษาไปเบื้องต้น 100,000 บาท แต่หากต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานานก็ต้องดูแลตามความเป็นจริง แต่ผู้ปกครองคู่กรณีอ้างว่าจะจ่ายก็ต่อเมื่อมีใบแพทย์ระบุค่ารักษาก่อน แต่ให้เงินมา 10,000 บาทเป็นค่าเดินทาง  แต่ผ่านมากว่า 1 เดือน ตนต้องหยิบยืมเงินญาติและคนรู้จักเป็นค่าใช้จ่ายพาลูกไปรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์ และ รพ.รามาธิบดี หลายหมื่นบาทแล้ว ล่าสุด ค่าผ่าตัดรักษาจอประสาทฉีกขาด และเปลี่ยนเลนตาดำที่ รพ.รามาฯ กว่า 15,000 บาทก็ยังไม่มีจ่าย ต้องทำเรื่องขอผ่านจ่ายเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 ปีกว่า ทั้งต้องขาดรายได้ เพราะต้องปิดร้านเสริมสวยพาลูกไปรักษา ก็อยากให้ ตร.เร่งรัดคดี และวอนคู่กรณีให้เห็นใจด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.สมยศ ฟื้นชัยภูมิ ผู้กำกับการ สภ.พุทไธสง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย คู่กรณี และพยานแวดล้อมครบทุกปากแล้ว และได้แจ้งข้อกล่าวหาคนก่อเหตุแล้ว คือ “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ”  ตอนนี้ยังรอเอกสารใบความเห็นจากแพทย์ รพ.บุรีรัมย์ เพื่อประกอบสำนวนคดี  และหากแพทย์ระบุว่าบาดเจ็บสาหัส  ก็จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม  ซึ่งคดีนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของผู้เสียหาย ก็จะได้ทำเรื่องเร่งรัดไปยังทาง รพ.เพื่อขอใบความแพทย์มาประกอบสำนวน เพื่อจะได้สรุปสำนวนส่งอัยการต่อไป