ข่าวออนไลน์7HD

ทุนจีนสีเทาไม่คืบ “ชูวิทย์” ยื่นหนังสือขอ “ดีเอสไอ” สอบเส้นทางการเงิน

ทุนจีนสีเทาไม่คืบ “ชูวิทย์” ยื่นหนังสือขอ “ดีเอสไอ” สอบเส้นทางการเงิน
ทุนจีนสีเทาไม่คืบ “ชูวิทย์” ยื่นหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม ขอดีเอสไอสอบเส้นทางการเงิน “ตู้ห่าว” ด้านรองอธิบดีดีเอสไอรับตรวจสอบคู่ขนาน 3 ประเด็น ขอเวลา 2 สัปดาห์

ทุนจีนสีเทา วันนี้ (21 พ.ย.65)นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  อดีตสส. บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย กรณี “นายตู้ห่าว” ที่ระบุว่ามีการดำเนินกิจการที่ผิดกฎหมายหลายประเภทในประเทศไทย เช่น การค้ายาเสพติด บ่อนการพนัน รวมถึงสถานบันเทิงผิดกฎหมายที่เน้นรับนักท่องเที่ยวชาวจีน หรือผับศูนย์เหรียญ และฟอกเงินด้วยการหมุนเวียนไปในธุรกิจถูกกฎหมายบังหน้า รวมทั้งแปรสภาพเป็นทรัพย์สินมีค่าสูง เช่น เครื่องบินส่วนตัว รถยนต์ราคาแพง คอนโดมิเนียม มีการถือครองที่ดินในชื่อตนเองและนอมินี จำนวนมาก และขอให้สอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์กับกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่เข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด และร่วมกันฟอกเงิน

ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเรื่องจากนายชูวิทย์ โดยว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต กล่าวว่า นายชูวิทย์ได้ยื่นเรื่องขอให้ดีเอสไอ ตรวจสอบเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากคดีค้ายาเสพติด และคดีการฟอกเงิน โดยรองอธิบดีดีเอสไอ มารับเรื่องด้วยตนเอง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีใหญ่ ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งดีเอสไอจะทำงานคู่ขนานไปกับตำรวจ ซึ่งมีหลายประเด็นต้องตรวจสอบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบปมฟอกเงินจากคดียาเสพติด ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาประมูลกับหน่วยงานรัฐ โดยจะใช้เวลาตรวจสอบภายใน 2 สัปดาห์ หากพบมีความผิดจริงจะดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายชูวิทย์ บอกว่า ในฐานะพลเมืองที่อยากจะช่วยเหลือสังคม ที่เห็นความผิดความชั่วร้ายของธุรกิจทุนจีนสีเทา โดยเฉพาะ นายตู้ห่าว ที่เป็นตัวการใหญ่  ที่ผ่านมาได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ ไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ หมายเรียก หรือการตรวจสอบนายตู้ห่าว จึงตั้งข้อสังเกตว่านายตู้ห่าวเป็นแหล่งฟอกเงินของใครหรือไม่

นายชูวิทย์กล่าวถึงกรณีที่นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล จะยื่นหนังสือให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบการเสียภาษีการขายธุรกิจอาบอบนวด ว่าไม่กลัวและยินดีที่จะให้ตรวจสอบ เพราะธุรกิจอาบอบนวดของตนเองนั้นได้ขายไปหมดแล้ว และไม่รู้ว่าจะอยากตรวจสอบไปทำไม

“วันพรุ่งนี้ผมจะไปศาลอาญา ไปฟ้องนายสันธนะ กรณีที่นายสันธนะกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา และจะไปยื่นฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน” นายชูวิทย์กล่าว