ข่าวในประเทศ

ชาวป่าโมก ร้อง! ผจญฝุ่นทรายนานหลายปีไร้การแก้ไข ล่าสุดค่าฝุ่น PM 2.5 สูงลิ่ว มะเร็งปอดถามหา พ้อหน่วยงานรัฐปิดหูปิดตา

ชาวป่าโมก ร้อง! ผจญฝุ่นทรายนานหลายปีไร้การแก้ไข ล่าสุดค่าฝุ่น PM 2.5 สูงลิ่ว มะเร็งปอดถามหา พ้อหน่วยงานรัฐปิดหูปิดตา
ชาวป่าโมก จ.อ่างทอง  ร้อง! ผจญฝุ่นทรายนานหลายปีไร้การแก้ไข ล่าสุดค่าฝุ่น PM 2.5 สูงลิ่ว มะเร็งปอดถามหา พ้อหน่วยงานรัฐปิดหูปิดตาจนเดือดร้อน แถมหวั่นอิทธิพล

ชาวป่าโมก ร้อง! ผจญฝุ่นทรายนานหลายปีไร้การแก้ไข  (23 พ.ย.65 ) ที่จังหวัดอ่างทองชาวบ้านในพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต้องทนทุกข์ทรมานกับฝุ่นละอองซึ่งเกิดจากทรายที่ตกหล่นจากรถบรรทุกขนาดใหญ่จนเต็มถนนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่าวมากโดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีลมหนาวพัดต่อเนื่องทำให้ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายจนสร้างมลพิษในอากาศ โดยข้อมูลจากแอปพิเคชัน Airvisual ซึ่งเป็นแอปพิเคชันตรวจวัดอากาศ ปริมาณค่าฝุ่นในพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง อยู่ที่ 108 AQI ส่วน PM2.5 อยู่ที่38.2 ไมโครกรัมซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มที่อ่อนไหวทั้งผู้ป่วย เด็กและผู้สูงอายุ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ในบริเวณใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาใน อ.ป่าโมก ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่พบว่าฝุ่นทรายที่เกิดจากการตกหล่นของรถบรรทุกมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่หลายรายฝ่าฝืนกฏหมายอย่างไม่เกรงกลัวทั้งบรรทุกหนักจนเต็มที่ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่ากฏหมายกำหนด ไม่คลุมผ้าป้องกัน รวมถึงบางคันปล่อยให้น้ำจากรถไหลเต็มถนน ทำให้ประชาชนที่ใช้รถสัญจรไปมาโดยเฉพาะจักรยานยนต์ได้รับผลกระทบจากฝุ่นทรายที่ฟุ้งกระจายเข้าทั้งทางลมหายใจและเข้าตา โดยชาวบ้านหลายรายบอกว่าเป็นเช่นนี้มานานกว่า 10 ปีแล้วซึ่งก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่ว่าจะร้องเรียนกี่ครั้งก็ไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พอมีข่าวทีก็มีเพียงการนำน้ำมาฉีดหรือกวาดทราบออกจากถนนแต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาเป็นเช่นเดิมอีก โดยชาวบ้านบอกว่าทุกวันนี้หวั่นจะเป็นโรคทางเดินหายใจโดยเฉพาะมะเร็งปอดที่เกิดจากฝุ่นทราบขนาดเล็กเหล่านี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะร้องเรียนเนื่องจากเกรงจะเกิดอันตรายเนื่องจากอิทธิพลของกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งมีอยู่หลายสิบรายในพื้นที่

องค์กรอนามัยโลก (WHO)  ตั้งค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM 2.5 ในอากาศ ว่าหากมีเกินกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยฝุ่นละออง PM2.5 สามารถถูกสูดเข้าลึกถึงทางเดินหายใจและปอด ก่อให้เกิดการระคายเคือง แสบจมูก ไอ จาม มีเสมหะ หอบหืด หัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองตีบ และที่อันตรายที่สุดอาจถึงขั้นเป็นมะเร็งปอด จึงควรงดออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงที่มีภาวะหมอกควันและฝุ่นสูง เนื่องจากการใช้แรงมากหรือการหายใจแรง อาจยิ่งเพิ่มการสูดเอาละอองฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ทางเดินหายใจและปอดมากขึ้น