รอบรั้วรอบโลก

นักวิจัยคาดชาวสหรัฐฯ จับจ่ายน้อยลงในวันแบล็กฟรายเดย์

นักวิจัยคาดชาวสหรัฐฯ จะจับจ่ายใช้สอยน้อยลงในวันแบล็กฟรายเดย์ แต่ผู้คนจะออกมาเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น

ชาวนิวเจอร์ซีย์ ออกมาจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ต ล่วงหน้า ก่อนจะถึงวันสำหรับการช้อปปิ้งอย่าง แบล็กฟรายเดย์ ที่กำลังจะมาถึงในวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นวันที่ห้างร้านต่าง ๆ พากันลดราคากันอย่างเต็มที่ตั้งแต่ 50% - 90%

บริษัทวิจัยผู้บริโภคแอ็ทเทส (Attest) คาดการณ์ว่า แม้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ 80% วางแผนจับจ่ายกันในวันแบล็กฟรายเดย์ แต่กว่า 51% ของผู้บริโภค จะใช้จ่ายเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 100 - 200 เหรียญสหรัฐ จากเดิมที่มีการจับจ่ายเฉลี่ย 300 - 500 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ และสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป เพื่อเก็บเงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินมากกว่า

ทั้งนี้ สมาพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐฯ คาดว่ายอดขายในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมจะยังคงเติบโตระหว่าง 6% - 8% ซึ่งนับเป็นการการชะลอตัวอย่างมาก เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ที่ยอดขายของร้านค้าปลีกพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 13% ด้านกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลโกลบอลเดตา (GlobalData) คาดว่า ยอดขายส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ มาจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นมากกว่าปริมาณสินค้าที่ขายได้

อย่างไรก็ตาม การเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้ายังมีความคึกคัก บริษัท ตัวแทนท่องเที่ยว เอเอเอ ทราเวล (AAA Travel) คาดการณ์ว่า ชาวอเมริกันราว 55 ล้านคนจะออกเดินทางทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน ทั้งนี้ สายการบินและสนามบินของสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นโดยคาดว่า จะมีผู้คนเดินทางแตะที่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่คลี่คลายลง