ข่าวออนไลน์7HD

บทบาทเศรษฐกิจของอินโดนีเซียโดดเด่นในประชาคมโลก

บทบาทเศรษฐกิจของอินโดนีเซียโดดเด่นในประชาคมโลก
#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด อินโดนีเซียมีข้อได้เปรียบเรื่องขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน จำนวนแรงงาน และนโยบายเศรษฐกิจที่ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รวมทั้งการแสดงความเห็นของผู้นำอินโดนีเซียที่ชัดเจน บทบาทเศรษฐกิจของอินโดนีเซียโดดเด่นในประชาคมโลกมากยิ่งขึ้น

“เศรษฐกิจอินโดนีเซียถือว่าใหญ่ที่สุดในอาเซียน” World bank และ IMF ได้จัดอันดับ อินโดนีเซียที่มีอำนาจซื้อสูงเป็นอันดับ 8 ของโลกประมาณ 3,250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารโลก คาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจของอินโดนีเซียเฉลี่ยร้อยละ 5.1 ในปี 2565 และ ร้อยละ 5.3 ในปี 2566 ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจ พบว่า มากกว่าร้อยละ 50 ของ GDP มาจากภาคอุตสาหกรรม ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจของโลก แต่อินโดนีเซียถือว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศมีสัดส่วนสูง ลดผลกระทบจากการส่งออกได้ ประชากรที่มีอำนาจซื้อสูงในอินโดนีเซีย คิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 25 ล้านคน

อินโดนีเซียมีความได้เปรียบเรื่องปัจจัยเรื่องประชากรประมาณ 300 ล้านคน ถิอเป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นวัยแรงงานมากถึงร้อยละ… การขยายตัวของคนชั้นกลางมีแนวโน้มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแนวนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ  คือ “เพิ่มการส่งออก ลดการนำเข้า” โดยเร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งจากในประเทศและ จากต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงาน และพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ ที่สำคัญ ยังมีการออกกฎหมาย Omnibus Law เพื่อคลายอุปสรรคการลงทุน ควบคู่กับ การลดการนำเข้า ผลจากสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งออก กฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตทั้งหมด เช่น กฎหมายแรงงาน การกำหนด ค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมการสางออกข้อมูลจากกรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ชี้ว่ากระบวนการนำเข้าหรือส่งออกของอินโดใช้เพียงหมายเลขประจำตัวธุรกิจ (NIB) โดยสามารถขอรับ NIB ผ่านระบบ Online Single Submission ถือเป็นการลดขั้นตอนการนำเข้าส่งออกและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพิธีการศุลกากรอย่างมาก

“เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศ (SEZ)” คล้ายคลึงกับประเทศไทยที่มีการให้แรงจูงใจทางด้านภาษีต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ให้เข้ามาประกอบการในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้สิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การไม่จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยกเว้นอากรขาเข้า ทั้งนี้ กิจการที่ไม่ได้รับการลดหย่อน ภาษีเงินได้นิติบุคคล จะได้รับสิทธิพิเศษทดแทน ได้แก่ ลดภาษีรายได้ โดยคำนวณจากร้อยละ 30 ของ จำนวนเงินลงทุน ร่นระยะเวลาในการคำนวณค่าเสื่อมราคาและสินทรัพย์ กำหนดอัตราภาษีเงินปันผล ร้อยละ 10 เว้นแต่จะได้รับสิทธิอื่นที่มีอัตราต่ำกว่า และชดเชยการขาดทุนสูงสุด 10 ปี นอกจากนี้ ชาวต่างชาติที่มีทักษะพิเศษทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษและพำนักในอินโดนีเซียเป็นเวลามากกว่า 183 วันในรอบ 12 เดือนสามารถใช้อัตราคำนวณภาษีของอินโดนีเซียได้เป็นเวลา 4 ปี

“แร่นิกเกิลเป็นที่ต้องการของตลาดโลก” แร่นิกเกิลเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่และห่วงโซ่การผลิต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง อินโดนีเซียมีนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ชัดเจน โดยตั้งเป้าผลักดันให้มีการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 4 แสนคัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1.7 ล้านคัน ในห้วงปี ค.ศ. 2021-2025 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมอุตสาหกรรมปลายน้ำ และสอดคล้องกับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 29 ภายในปี ค.ศ. 2030 ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และเป้าหมาย net-zero emission ภายในปี ค.ศ. 2060 ช่วงที่ผ่านมานักลงทุนระดับโลกทั้งค่ายเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ค่ายฝั่งประเทศตะวันตก และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla สนใจลงทุนในอินโดนีเซียสูงมาก

“ตลาดฮาลาลที่ใหญ่ที่สุด” อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ทำให้อุตสาหกรรมและตลาดฮาลาลของอินโดนีเซียมีขนาดใหญ่และศักยภาพสูง อุตสาหกรรมฮาลาลเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญหลักที่อินโดนีเซียต้องการพัฒนาสู่ระดับโลก มีกฎหมายที่สนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการและขยายบริการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลให้เอื้อต่อการลงทุนในธุรกิจอาหารมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของโลก มีการจัดตั้ง Halal industry zone การท่องเที่ยวฮาลาล การทำ R&D และการสนับสนุนธุรกิจฮาลาลระดับ MSMEs อย่างต่อเนื่อง

“อินโดนีเซียตื่นตัวในการลงทุน ศูนย์โลจิสติกส์ระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold chain system)” เพื่อเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมห่วงโซ่ความเย็นในอินโดนีเซียเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.6% โดยเฉพาะคลังสินค้าห้องเย็นสำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป โดยเฉพาะเนื้อวัวและอาหารทะเล ขยายตัวสูงมาก ตามมาด้วย ยา วัคซีนและเวชภัณฑ์ และผัก ผลไม้ เป็นต้น  ถือเป็นศูนย์กลางขนส่งและโลจิสติกส์ที่สำคัญในอาเซียน

“บทบาทผู้นำอินโดนีเซียด้านเศรษฐกิจโดดเด่นมากในประชาคมโลก” อินโดนีเซียเป็นสมาชิกในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (G20) ล่าสุดเป็นเจ้าภาพ G20 ผู้นำทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน รวมทั้งสมาชิกอื่นเดินทางเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้ผู้นำอินโดนีเซียให้ความเห็นเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างตรงไปตรงมา และพยายามหาทางออกและทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยสงครามรัสเซีย-ยูเครนอีกด้วย ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์และบทบาทที่ชัดเจนของอินโดนีเซียในสายตาประชาคมโลกมากขึ้น

บทบาทผู้นำอินโดนีเซียโดดเด่น แนวนโยบายเศรษฐกิจที่มีเป้าชัดเจน มีการปรับปรุงกฎหมายเอื้อต่อการประกอบธุรกิจและมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสูง ประกอบกับอินโดนีเซียข้อได้เปรียบเรื่องแรงงานและตลาดฮาลาลขนาดใหญ่ อินโดนีเซียจึงเป็นอีกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดึงดูดแก่นักลงทุนไม่แพ้เวียดนาม