สนามข่าว 7 สี

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำ กำลังพิจารณาเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

สนามข่าว 7 สี - เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วกับสนามการเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรีอารมณ์ดี ค่อย ๆ แย้มถึงอนาคตการเมืองออกมาบ้างแล้ว ขณะที่วันนี้มีคิวลงพื้นที่ ที่หลายคนคาดมองว่าหวังทำแต้มทางการเมือง 

พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำ กำลังพิจารณาเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
ทุกฝีก้าว ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เวลานี้จะไปไหน ๆ ก็ไม่พ้นถูกถามประเด็นอนาคตทางการเมือง ว่าจะไปร่วมงานพรรครวมไทยสร้างชาติ จริงตามข่าวหรือไม่ ถามกันมาหลายวัน แต่นายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีหลุดคำตอบ แต่สีหน้าและท่าทีของนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวบอกว่า ดูมีความสุข เหมือนอยู่ในบรรยากาศแห่งความสุข อย่างที่ขอไว้จริง ๆ โดยหลังนายกรัฐมนตรี ถูกจี้ถามว่า ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วหรือไม่ ก็มีคำตอบสั้น ๆ ว่า พิจารณาอยู่ เท่านั้น

นายกฯ ยืนยัน อนาคตการเมืองหลังเอเปก ก็คือปีหน้า
ขณะที่ในภาคบ่าย หลังเป็นประธานเปิดการปฏิบัติการป้องกันปราบปราม ยาเสพติดตามตามนโยบายของรัฐบาล ผู้สื่อข่าวก็ดักเพื่อซักถาม นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ว่าจะตัดสินใจเมื่อไหร่ และจะแยกย้าย กันทำการเมืองกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่แล้วจริงหรือ ผู้สื่อข่าวพยายามถามจน นายกรัฐมนตรี เดินมาถึงรถที่จอดรออยู่แล้ว แต่ก่อนที่รถจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป นายกรัฐมนตรีได้ลดกระจก หันหน้าโชว์ยิ้มหวาน อารมณ์ดีอวดสื่อ ก่อนจะตอบคำถามอนาคตทางการเมืองที่เคยบอกไว้ว่า จะบอกชัดเจนหลังประชุมเอเปกว่า "หลัง APEC ก็ปีหน้าไง"

และวันนี้นายกรัฐมนตรี (24 พ.ย.) จะลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ไปเป็นประธาน KICK OFF มาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ซึ่งเป็นพื้นที่ของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ สื่งที่สื่อจับตามอง นอกจากคำตอบของนายกรัฐมนตรีแล้ว สส.หรือ ผู้ร่วมคณะจะมีนักการเมืองคนไหนบ้าง โดยเฉพาะท่าทีของนายสันติ เองด้วย

ส่วนการจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ของพลเอก ประยุทธ์ ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 จะทำได้หรือไม่ มือกฏหมายของรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า สามารถทำได้ ไม่ติดขัดใด ๆ เพราะหากจำเป็นเกิดการยุบสภา หรือมีเหตุต้องหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ บุคคลนั้นต้องจัดการตัวเองโดยจะกลับไปอยู่พรรคเดิม หรือจะไปสมัครพรรคอื่นก็ได้