สนามข่าว 7 สี

รอง ผบ.ตร. ขอเวลา 3 สัปดาห์ ปิดคดีนายทุนจีน

สนามข่าว 7 สี - รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอเวลา 3 สัปดาห์ ในการสะสางคดีที่เกี่ยวกับนายทุนจีนประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในไทยทั้งหมด ขณะที่ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว "นายตู้ห่าว" เนื่องจากของกลางยาเสพติดมีมาก คดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี

วานนี้ พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา คุมตัว นายชัยณัฐร์ หรือ ตู้ห่าว ผู้ต้องหาคดี "ผับลับจินหลิง" ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ฝากขังตัวชั่วคราวในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดฯ และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี

โดย ญาติของนายตู้ห่าว ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง ยาเสพติดของกลางมีจำนวนมาก และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก่อนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวไปที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เพื่อควบคุมตัวระหว่างการฝากขัง

ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวานนี้ก็มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ​ หรือ​ ก.ตร. โดยมี พลเอก ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมดังกล่าว ซึ่งหลังจบการประชุม ผู้สื่อข่าวก็พยายามจะขอสอบถามถึงประเด็นเรื่องกลุ่มธุรกิจสีเทาชาวจีน ที่มีกระแสข่าวว่ามีนักการเมือง​ของพรรคพลังประชารัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง​ เรื่องนี้ พลเอก ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่ส่งสัญญาณให้ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นคนชี้แจงแทน

ซึ่ง พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ ก็ยืนยันว่า ตำรวจทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ล่าสุด ก็มีคำสั่งแต่งตั้ง พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน กรณี "รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6" ไปเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ นายตู้ห่าว และปล่อยรถหรู 4 คัน แลกกับเงิน 8 ล้านบาท โดยยืนยันว่าคดีนี้มีมูล ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน

ด้าน พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จะขอเวลาอีก 3 สัปดาห์ ในการคลี่คลายคดีที่เกี่ยวกับนายทุนจีนทั้งหมด โดยส่วนของ นายตู้ห่าว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และติดตามอายัดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงผู้ใกล้ชิดอย่างภรรยาที่เป็นตำรวจ ยศพันตำรวจเอก หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน

ส่วนกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง นำข้อมูลและหลักฐานของหญิงคนหนึ่ง พร้อมระบุว่า เป็นหนึ่งในนอมินีของนายตู้ห่าว เพราะถือครองทรัพย์สินหลายพันล้าน รวมถึงขอให้ตรวจสอบความสัมพันธ์กับนักการเมือง และอดีตรัฐมนตรีที่อาจเกี่ยวข้องกัน ยืนยันว่า พร้อมรับเบาะแสจากทุกช่องทาง เมื่อได้รับมาแล้วก็จะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากพบว่ามีมูลหรือพบหลักฐานการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายทุกราย

นอกจากนี้ ยังบอกด้วยว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่กำลังดำเนินการตรวจสอบไปพร้อม ๆ กัน เช่น เรื่องที่พบหลักฐานนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งหลายคนมีอายุมากกว่า 50 ปี แต่กลับใช้วีซานักศึกษาเข้ามาในไทย รวมถึงเรื่องกลุ่มคนจีนที่ลักลอบเข้ามาทำธุรกิจในไทย หากพบว่าเป็นการประกอบธุรกิจโดยไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที และเรื่องนี้ก็ได้ประสานกับทางการจีนแล้ว

กรณีที่มีรายงานว่า มีนักการเมืองของพรรคพลังประชารัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักธุรกิจจีนที่ดำเนินธุรกิจสีเทานั้น พลเอก ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ โดยบอกเพียงว่า ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ชี้แจงแทน

ขณะที่ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามแต่งตั้งให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหัวหน้าชุดในการสอบสวนเรื่องธุรกิจสีเทาของนายทุนชาวจีน โดยจะดำเนินการอย่างรอบคอบ พิจารณาไปตามหลักฐาน ซึ่งถ้ามีการพาดพิงไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา