เช้านี้ที่หมอชิต

โผล่เพิ่มเหยื่อถุงลมนิรภัยไม่ปลอดภัย

เช้านี้ที่หมอชิต - ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา รายการของเราเพิ่งนำเสนอข่าวปัญหาถุงลมนิรภัยในรถหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งก็มีการรณรงค์ให้ประชาชน นำรถไปเปลี่ยนถุงลุมนิรภัยกันมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยในขณะนั้นมีรายงานผู้เสียชีวิตจากถุงลมนิรภัย 3 คน บาดเจ็บอีก 2 คน ล่าสุดเราพบเหยื่ออีกราย เหตุการณ์เพิ่งเกิดเมื่อดือนที่แล้ว ที่น่าสนใจคือ รถคันที่เกิดอุบัติเหตุล่าสุด มีประวัติเปลี่ยนถุงลมนิรภัยมาแล้ว กลายเป็นปริศนา เหตุใดยังเกิดปัญหาเหมือนถุงลมนิรภัยเดิม

เรื่องนี้เปิดเผยโดยคุณวรชัย สมบัติเจริญกิจ ผู้ใช้รถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เขาเล่าว่า ซื้อรถคันดังกล่าวมาจากเต็นท์ขายรถยนต์มือสองแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ในราคากว่า 300,000 บาท โดยเจ้าตัวไม่เคยทราบมาก่อนว่า รถยนต์ที่ซื้อมาป็นรุ่นที่ทางค่ายผู้ผลิตรถยนต์เรียกให้เปลี่ยนถุงลมนิรภัยเพราะไม่ได้มาตรฐาน แต่ก็ได้ใช้งานรถคันดังกล่าวมาเป็นปกติดี

จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุในวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงได้ทราบภายหลังว่า รถรุ่นที่ใช้อยู่มีปัญหาเรื่องถุงลมนิรภัย และเคยมีประวัติได้รับการเปลี่ยนถุงลมฯ มาแล้ว จึงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมถุงลมฯ ในรถที่ใช้อยู่ยังเกิดปัญหาตามมาได้อีก

ก็อย่างที่คุณวรชัย บอกว่า เครียดมาก เพราะการบาดเจ็บครั้งนี้ชีวิตเปลี่ยน โดยเฉพาะในบทบาทการเป็นผู้นำครอบครัว เคยทำงานค้าขาย ก็ทำไม่ได้ การถามหาความรับผิดชอบจากค่ายรถยนต์ จึงเป็นขั้นตอนต่อไปที่คุณวรชัยกำลังปรึกษากับทนายความ

ขณะที่สภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ค่ายรถยนต์ เร่งรณรงค์เปลี่ยนถุงลมนิรภัยไม่ได้มาตรฐาน ก็เตรียมยื่นหนึงสือถึง ค่ายรถยนต์ 8 ยี่ห้อ ซึ่งยังมีรถเกิดปัญหานี้อยู่ ให้จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุนไว้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถที่เป็นปัญหาถุงลมไม่ปลอดภัย

พร้อมเสนอให้ กรมการขนส่งทางบก ปรับปรุงกฎเกณฑ์เพิ่มให้ถุงลมนิรภัย เป็นอุปกรณ์ที่ต้องตรวจสภาพ ก่อนพิจารณาต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ เพื่อช่วยกระตุ้นให้รถยนต์อีกกว่า 600,000 คัน ที่มีปัญหานี้เข้าสู่การแก้ไขได้โดยเร็ว

สำหรับการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากถุงลมนิรภัยไม่ได้มาตรฐานนั้น เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีการเรียกคืนรถจำนวนเกือบ 100 ล้านคัน เพื่อเข้ารับการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งในประเทศไทยมีรถจำนวนกว่า 1.7 ล้านคัน ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยดังกล่าว โดยยังมีอีกมากกว่า 600,000 คันที่ยังไม่เปลี่ยนถุงลมฯ อย่างที่เราเล่าให้ฟังไปเมื่อสักครู่

จึงต้องย้ำกับคุณผู้ชมให้ไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สภาองค์กรของผู้บริโภค, เว็บไซต์ ของกรมการขนส่งทางบก, หรือนำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการทุกสาขา หรือติดต่อผ่านฝ่ายบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) ของแต่ละบริษัทรถยนต์ หรือติดต่อสายด่วน 1584 เพื่อสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องของความปลอดภัย ไม่ใช่แค่หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเร่งขันน๊อต รณรงค์จริงจัง ประชาชนเองก็อย่านิ่งนอนใจ ตรวจสอบกันด้วย จะได้ไม่มีผู้สูญเสียรายที่ 7 จากถุงลมนิรภัยไม่ได้มาตรฐานในประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง