เช้านี้ที่หมอชิต

โจ๋พกปืนบุกไปทวงเงิน 700 บาท ยื้อแย่งกัน ปืนลั่นได้รับบาดเจ็บ

เช้านี้ที่หมอชิต - เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ไม่เข้าใครออกใคร เหตุการณ์นี้ชายอายุ 24 ปี พกอาวุธปืนบุกไปทวงเงินเพื่อน 700 บาทหลังเพื่อนยืนไปแล้วไม่คืน โดยได้ใช้อาวุธปืนขู่อีกฝ่ายจนมีการยื้อแย่งกัน สุดท้ายปืนลั่นบาดเจ็บทั้งคู่

ตำรวจ สภ.พระขาว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงอิฐ อยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านคลัง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังตำรวจ พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายอายุ 24 ปี ชาวสปป.ลาว (นายอ้วน) ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน บริเวณขาขวา 1 นัด สภาพเนื้อตัวเปื้อนไปด้วยโคลน เจ้าหน้าที่ได้เร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ โดยตำรวจได้ตรวจยึดอาวุธปืนบีบีกัน ที่ดัดแปลงเป็นอาวุธปืนใส่เครื่องกระสุนปืนขนาด 38 พร้อมด้วยเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ใกล้กับที่เกิดเหตุ

สอบถามชายอายุ 20 ปี เป็นคนงานของโรงอิฐที่เกิดเหตุ มีบาดแผลถูกอาวุธปืนที่ฝ่ามือข้างขวา เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ตนเองและพี่ชายกำลังนั่งเล่นเกมอยู่ ในบ้าน จากนั้นก็มีคนมาเรียกชื่อตัวเองหลายครั้ง จึงเปิดประตูบ้านออกไปดู พบชายอายุ 24 ปี (นายอ้วน) ซึ่งเป็นคู่อริยืนถืออาวุธปืนอยู่ ตนจึงได้เข้าไปแย่งอาวุธปืนพร้อมกับตะโกนเรียกพี่ชายให้ออกมาช่วย จากนั้นก็เกิดการยื้อแย่งอาวุธปืนกัน แล้วปืนเกิดลั่นใส่ตนเอง และอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ

ชายอายุ 40 ปี พ่อของชายอายุ 20 ปี เปิดเผยว่า ตนเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและได้ยินเสียงคนตะโกนว่ามีปืน ๆ จึงรีบวิ่งมาดูเห็นชายอายุ 24 ปี (นายอ้วน) กับลูกชายกำลังยื้อแย่งปืนกันชุลมุล ตนเองจึงพยามเข้าไปช่วยลูกชาย จากนั้นปืนเกิดลั่นดังขึ้น 1 นัดทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ช่วยกันจับตัวชายอายุ 24 ปี (นายอ้วน) พร้อมกับแจ้งตำรวจ

ตำรวจ สภ.พระขาว บอกว่า จากการสอบสวนชายอายุ 24 ปี (นายอ้วน) ให้การเบื้องต้นว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน โดยผู้ก่อเหตุตั้งใจจะมาทวงเงิน 700 บาทที่อีกฝ่ายเคยยืมไป พกอาวุธปืนมาเพียงแค่นำมาข่มขู่เพียงเท่านั้น

หลังจากนี้พนักงานสอบสวน จะทำการสอบสวนและขยายผลถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง และหมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนข้อหาอื่นอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง