ข่าวออนไลน์7HD

หมอแล็บ แนะวิธีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง ย้ำผู้หญิงทุกคนเสี่ยง

หมอแล็บ แนะวิธีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง ย้ำผู้หญิงทุกคนเสี่ยง
หมอแล็บ แนะวิธีตรวจมะเร็งเต้านมให้ถูกวิธี เน้นย้ำผู้หญิงทุกคนเสี่ยงมะเร็งเต้านม เป็นเรื่องใกล้ตัวผู้หญิงมาก ไม่มีอะไรป้องกันได้นอกจากสังเกตและตรวจเต้านมด้วยตัวเอง วิธีตรวจอย่างถูกวิธีต้องคลำให้ทั่วเต้าเจอ 6 สัญญาณผิดปกติรีบพบแพทย์

หลังจาก เพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้แชร์เรื่องที่พยาบาลท่านนึงเป็นมะเร็งเต้านม วันนี้ (25 พ.ย.65) เพจ “หมอแล็บแพนด้า” ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์  ได้โพสต์ถึงภัยร้ายของมะเร็งเต้านม โดยระบุว่า
“รู้มั้ยครับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวผู้หญิงมากกกกก เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งอันดับ 1 ในผู้หญิงไทยและมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ไม่มีวัคซีนป้องกัน และ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยไม่มีปัจจัยเสี่ยง แปลง่ายๆก็คือ  “ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้”

การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ควรจะตรวจเป็นประจำตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป  โดยก่อนการตรวจด้วยตัวเองต้องรู้จักสังเกตขนาดนมของตัวเองซะก่อน จะได้รู้ว่านมเรามันมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง นมแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนนมจะใหญ่และแข็งมากขึ้นก่อนมีประจำเดือน พอกินยาคุมเต้านมก็จะเต่งขึ้น แต่บางคนเต้านมอาจจะแข็งตลอดเวลาที่มีประจำเดือน เพราะฉะนั้นเวลาที่เหมาะในการตรวจเต้านมคือ 5-7 วันหลังจากมีประจำเดือนวันสุดท้าย เพราะช่วงนี้เต้านมจะอ่อนนุ่ม
วิธีการตรวจด้วยตัวเอง
1. แบบแนวนอนขึ้นลงขนานกับลำตัว ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำสลับขึ้นลงและไปมาให้อย่างทั่วทั้งเต้านม
2. แบบก้นหอยหรือแบบตามเข็มนาฬิกา คลำจากบริเวณหัวนมวนออกตามเข็มนาฬิกา จนถึงบริเวณรักแร้ ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบหัวนมดูว่ามีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกมามั้ย
3. แบบรัศมีรอบเต้า เริ่มจากส่วนบนเต้านมเข้าหาฐานและขยับนิ้วหัวแม่มือจากฐานถึงหัวนมทำซ้ำเป็นรัศมีรอบเต้านม

ถ้าจะให้พูดแบบง่ายๆก็คือ ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ คลำให้ทั่ว ๆ

สัญญาณอันตรายที่เราต้องไปหาหมอ ก็คือ
1. เจอก้อนหรือเนื้อที่เป็นไตแข็งผิดปกติตรงบริเวณเต้านม
2. มีน้ำเหลืองและเลือดไหลจากหัวนม
3.  ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นรอยปนัดดา (บุ๋ม) หรือผิวหนังบวมหนาตึง เหมือนผิวของเปลือกส้ม
4. หัวนมถูกดึงรั้งจนผิดปกติ
5. ผิวหนังบริเวณลานหัวนมมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น มีผื่นคันที่เป็นๆ หายๆ
6. ขนาดและรูปร่างต่างกันอย่างผิดปกติ

ที่เล่ามาทั้งหมด คือความผิดปกติที่เราพบได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไปหาหมอ หมอก็จะการตรวจวินิจฉัยโรคที่ละเอียดยิ่งขึ้น เช่น
1. การตรวจ แมมโมแกรม (Mammogram) จะมีประโยชน์มากในการตรวจหามะเร็งเต้านมขนาดเล็กเพราะสามารถตรวจได้ตั้งแต่ยังคลำก้อนไม่เจอ แต่ประโยชน์นี้จะใช้ได้ดีในคนที่อายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งเนื้อเต้านม จะไม่หนาแน่นมาก การตรวจแมมโมแกรมจะเห็นรายละเอียดได้มาก แต่ในส่วนคนอายุน้อยจะแปลผลแมมโมแกรมยากและในกรณีที่พบก้อน ก็บอกไม่ได้ว่าก้อนนั้นเป็นน้ำหรือเป็นก้อนเนื้อ
2. การตรวจ อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) มีข้อเด่นที่สามารถใช้ในคนอายุน้อย และสามารถช่วยวินิจฉัยว่าก้อนต่างๆ ในเต้านมเป็นน้ำหรือเป็นก้อนเนื้อ ทำให้การวางแผนการรักษาเป็นไปได้ง่ายขึ้น

จากนั้นหมอจะทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป เช่น การผ่าตัด การฉายแสง การใช้ยาเคมีบำบัดและยาต้านฮอร์โมน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมคลำนมดูนะครับ “คำคมแค่ลมปาก คลำนมต่างหากที่อยากทำ”