สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

ลือสะพัด พล.อ.ประยุทธ์ นั่งประธานพรรครวมไทยสร้างชาติ

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - นายกรัฐมนตรี ยังไม่ยอมพูดถึงอนาคตทางการเมืองของตนเอง แม้จะมีข่าวลือว่าเตรียมรับตำแหน่งประธานพรรครวมไทยสร้างชาติ และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมนี้

ลือสะพัด พล.อ.ประยุทธ์ นั่งประธานพรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้สื่อมวลชนจะพยายามสอบถามถึงอนาคตทางการเมืองของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ก็ได้รับคำตอบเพียงแค่ว่า "เมื่อถึงเวลาจะพูดเอง" แต่ก็มีรายงานว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ ได้หารือกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติโดยตลอด คาดการณ์ว่าเป็นการพูดคุยถึงท่าทีทางการเมือง และมีแนวโน้มว่า พลเอกประยุทธ์ จะรับตำแหน่งประธานพรรค เตรียมพร้อมรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ขณะที่ความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น แกนนำพรรคเตรียมเดินสายลงพื้นที่ภาคอีสานในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี ส่วนในวันที่ 28 พฤศจิกายน ประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคที่จังหวัดสงขลา และวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่จังหวัดลพบุรี

ด้านรัฐบาลได้จัดทำหนังสือรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาล ปีที่ 3 ที่มีภาพหน้าปกเป็นรูปของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกรัฐสภา โดยหนังสือรายงานดังกล่าวนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศตามนโยบายหลัก 12 ด้าน และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลแจกหนังสือก่อนที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ของฝ่ายค้าน ที่จะยื่นในเดือนธันวาคมนี้

จับตา 30 พ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างกฎหมายลูก
ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ต้องจับตาคือการนัดอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ที่จะพิจารณาว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะส่งผลต่อการเมืองอย่างมาก โดยเฉพาะกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งหากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจทำให้การเลือกตั้งต้องสะดุดลง และระยะเวลาที่เหลืออยู่ของสภา อาจไม่สามารถพิจารณาร่างกฎหมายลูกได้ 3 วาระรวด เนื่องจากมีกรอบของกฎหมายกำหนดอยู่ แต่หากศาลวินิจฉัยให้ปรับแก้ไขเนื้อหาในบางมาตรา รัฐสภาก็ต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ เร่งแก้ไขในประเด็นที่เป็นปัญหา โดยต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง 

ด้าน นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ผู้ซึ่งริเริ่มยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยประเด็นนี้ เพราะไม่เห็นด้วยกับสูตรคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 100 มองว่า ถ้าศาลวินิจฉัยว่า แบบหาร 100 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ถือว่ากฎหมายลูกจบไป และหลังปีใหม่มีโอกาสที่รัฐบาลจะยุบสภา แต่ถ้าขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องปรับแก้ และอาจยุบสภาได้ กลางเดือนมีนาคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง