ข่าวในพระราชสำนัก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

เวลา 17.21 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ซึ่งสิ้นชีพตักษัย เนื่องจากอาการปอดอักเสบติดเชื้อ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2565 สิริชันษา 100 ปีเศษ

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประสูติเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2465 ทรงเป็นพระโอรสในพระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กับหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี ราชสกุลเดิม วรวรรณ ทรงเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระเชษฐภคินีร่วมครรโภทร คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และวชิราวุธวิทยาลัย ก่อนเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่วิทยาลัยดัลวิช กรุงลอนดอน และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

โดยช่วงที่ไทยเข้าร่วมกับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้สถานะพลเรือนและเจ้านายไทยในต่างแดน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับญี่ปุ่น ประสบปัญหาในการดำรงชีวิต ชาวไทยจำนวนหนึ่ง จึงรวมตัวเข้าร่วมกับกองทัพอังกฤษ เพื่อร่วมแสดงจุดยืนในการเป็นปรปักษ์ต่อกองทัพฝ่ายอักษะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ "ขบวนการไทยเสรี" หรือที่ต่อมาเรียกว่า "ขบวนการเสรีไทย" โดยทรงเข้าร่วมขบวนการฯ เพื่อทรงเข้ากับกองทัพอังกฤษ ทรงผ่านการฝึกจนช่ำชอง และได้โอกาสคืนถิ่นสู่ดินแดนไทยครั้งแรกในฐานะ "นายมั่น" เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับพรรคพวกคอยสอดแนม และส่งข้อมูลการดำเนินการทางทหารของกองกำลังญี่ปุ่นให้กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร กระทั่งสงครามโลกสิ้นสุด เนื่องจากญี่ปุ่นแพ้สงครามต่อสหรัฐอเมริกา ขบวนการเสรีไทยมีอำนาจต่อรองว่าไทยไม่เคยเป็นศัตรูเฉกเช่นญี่ปุ่น ส่งผลให้ไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศแพ้สงคราม จากนั้น ทรงศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ที่วิทยาลัยทรินิตี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ แล้วทรงเข้าทำงานที่บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

ด้วยทรงมีความสนิทสนมกับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ต่างประเทศ จึงทรงแบ่งเบาพระราชภาระนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ โดยทรงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนพระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชบายในการดำเนินโครงการในพระราชดำริ เพื่อพัฒนาประเทศในยุคนั้น โดยทรงเป็นประธานมูลนิธิโครงการหลวง คอยถวายงานและตามเสด็จในถิ่นทุรกันดารตลอดหลายสิบปี ด้านชีวิตครอบครัว เสกสมรสกับ ท่านผู้หญิงดัชรีรัชนา รัชนี หรือ หม่อมราชวงศ์ดัชรีรัช วรวรรณ มีธิดา 2 คน และโอรส 1 คน

อนึ่ง เวลา 09.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกเมรุพระราชทานศพ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ในการนี้ จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย เมื่อพระราชาคณะให้ศีลจบ และพระสงฆ์ 10 รูปถวายพระพร จบแล้ว ผู้แทนพระองค์ประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ ปิ่นโตภัตตาหารนอกนั้น ให้ทายาทประเคน เสร็จแล้ว ผู้แทนพระองค์ ประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม แล้วกรวดน้ำ พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก

นอกจากนี้ เวลา 16.30 น. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้ ร้อยโท ชวัช อรรถยุกติ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญผ้าไตร ดอกไม้จันทน์พระราชทาน ไปในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ด้วย

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง