สนามข่าว 7 สี

สิ้นฤทธิ์ ชายดักฉุดสาวไปข่มขืน พบประวัติโชกโชน จ.อุบลราชธานี

สนามข่าว 7 สี - สุดจะหาคำมาบรรยายพฤติกรรมของชายคนนี้จริง ๆ เดินตามหญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังออกจากสวนสาธารณะมา ก่อนที่จะปรี่เข้าไปกระโดดเตะบริเวณคอเธอจนล้มลง เท่านั้นยังไม่ ยังทำร้ายซ้ำ ก่อนจะพาตัวผู้เสียหายไปกระทำอนาจารต่อ

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกได้จากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าทางเข้าสวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จากภาพจะเห็นชายอายุ 41 ปี ผู้ก่อเหตุ กำลังเดินตามผู้เสียหายออกมาจากภายในสวนสาธารณะดังกล่าว ก่อนที่จู่ ๆ จะปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ซึ่งขณะนั้นนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์จนล้มลงจากรถ แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว จนผู้เสียหายแน่นิ่งไป ชายคนนี้จึงพยายามลากตัวกลับเข้าไปภายในสวนสาธารณะ แต่กลับเปลี่ยนใจบังคับให้ผู้เสียหายซ้อนรถจักรยานยนต์ แล้วขี่ไปยังบ้านร้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะลงมือกระทำอนาจารแล้วจึงหลบหนีไป โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี ไว้แล้ว

ในเวลาต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้ติดตามดูพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ ก่อนจะพบว่าชายคนนี้อาศัยอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในตำบลขามใหญ่ จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว ขณะผู้ก่อเหตุกำลังเดินเตร่หาเหยื่ออีกคนในพื้นที่ตำบลดังกล่าว โดยตำรวจจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปจริง ตำรวจจึงเข้าค้นหาหลักฐานในบ้านพักของผู้ก่อเหตุ ปรากฏว่าพบหญิงสาวอายุ 18 ปี ถูกขังอยู่ภายห้องเช่าดังกล่าว

ตำรวจได้สอบถามหญิงสาวคนนี้ ทราบว่าได้หนีออกจากบ้านในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ และได้เดินทางมาหาแฟนที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมาลงรถที่สถานีขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และมาพบกับผู้ก่อเหตุที่สมอ้างว่ารู้จักทางไปบ้านของแฟนผู้เสียหาย ก่อนจะล่อลวงไปที่บ้านเช่า และกระทำอนาจารก่อนกักขังเธอไว้ในห้องดังกล่าว ตำรวจจึงพาผู้เสียหายไปพบกับแพทย์เพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจ เช่นเดียวกันกับหญิงที่ถูกทำร้ายร่างกายก่อนหน้านั้น

ทีมสนามข่าว 7 สี ได้ลงสำรวจบริเวณสวนสาธารณะดังกล่าว และพบแม่ค้าขายน้ำมะพร้าวคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่า ขายอยู่บริเวณนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งปกติสวนสาธารณะจะปิดตอนเวลา 22.00 น. เมื่อก่อนก็มีเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่มาออกกำลังกาย ส่วนการทำร้ายร่างกายและพาไปกระทำอนาจารตามที่เป็นข่าว ตนเองเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก และเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นก่อนปิดสวนไม่ถึงชั่วโมง ซึ่งตนเองก็ตกใจและกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนที่มาออกกำลังกาย จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ด้วย

ซึ่งพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุนอกจากจะก่อเหตุกระทำอนาจารดังที่กล่าวมาแล้ว ยังเคยก่อเหตุอีก 6 คดี คือ ขโมยรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ไปขายเพื่อหาเงินมาใช้ ขโมยหมวกกันน็อก ชุด รปภ. ก่อนจะมาก่อคดีล่อลวงทำร้ายร่างกาย และกระทำอนาจารหญิงสาว ซึ่งผู้ก่อเหตุมีประวัติเคยติดคุกมาแล้วถึง 4 ครั้ง หลังพ้นโทษเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ก็ออกมาก่อเหตุครั้งนี้อีก

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหา กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยประการใด ๆ และใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ก่อนจะนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย