สนามข่าว 7 สี

ผงะ พบศพชายอายุ 52 ปี ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิต จ.สุพรรณบุรี

สนามข่าว 7 สี - เกิดเหตุเพลิงไหม้กองผ้า ภายในห้องพักแคมป์คนงาน พอไปตรวจสอบพบคราบเลือดที่พื้นและผนัง แต่ไม่พบใครในที่เกิดเหตุ แถมคนที่อยู่ที่นี่ก็หายตัวปริศนา สุดท้ายพบศพอยู่ในคลองส่งน้ำ

ตำรวจ สภ.อู่ทอง รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตภายในคลองส่งน้ำแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบศพชายอายุ 52 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ สภาพตัวเปื่อย เมื่อพลิกศพพบบาดแผลถูกปาดด้วยของมีคมที่ลำคอ คาดเสียชีวิตมาประมาณ 1-2 วัน

จากการสอบสวนบุคคลในพื้นที่ ทราบว่า ผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ที่แคมป์คนงาน พื้นที่ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 2 กิโลเมตร

ชายอายุ 46 ปี ผู้ดูแลแคมป์คนงาน บอกว่า ช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อยู่ใกล้แคมป์คนงานโทรศัพท์ไปบอกว่าเกิดเพลิงไหม้ภายในแคมป์ดังกล่าว ตนเองจึงรีบมาดู พบว่าไฟกำลังลุกไหม้กองเสื้อผ้าภายในห้องพักคนงาน ตอนนั้นไม่ทันได้สังเกตอะไรมากมาย คิดแต่ว่าจะต้องดับไฟให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้ หลังจากดับไฟเสร็จก็พบคราบเลือดที่พื้นและผนัง แต่ไม่รู้ว่าเลือดใคร รวมทั้งมีใบเลื่อย และมีดขอ ซุกซ่อนอยู่ในกองผ้าด้วย จึงพยายามตามหาผู้เสียชีวิต แต่ไม่พบ จึงตัดสินใจโทรศัพท์หาภรรยาของเขา ซึ่งภรรยาเขาก็บอกว่าสามีไม่ได้กลับบ้าน และไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ส่วนตัวเจอผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 16.00-17.00 น.ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เพราะผู้เสียชีวิตเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

ภรรยาผู้เสียชีวิต บอกว่า หลังจากที่ทราบว่าสามีหายตัวไป ก็ได้ให้ลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ตามหา แต่ก็ไม่พบ วันถัดมากำลังจะเดินทางไปแจ้งความคนหายที่ สภ.อู่ทอง แต่มีคนโทรศัพท์มาบอกว่าพบศพชายคนหนึ่ง ลักษณะคล้ายสามีของเธอ บริเวณคลองส่งน้ำแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าเป็นสามีจริง ๆ แต่ที่น่าสงสัย คือ บริเวณลำคอของสามีมีบาดแผลคล้ายถูกของมีคมบาดลึก ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าสามีไปมีปัญหากับใคร เพราะวัน ๆ สามีก็จะดื่มสุรา แล้วนอนอยู่ที่แคมป์คนงาน ไม่ได้ออกไปไหน อาจจะมีบ้างที่กลับมานอนบ้าน แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจจะถูกคนร้ายมากกว่า 2 คน รุมทำร้ายและฆ่าภายในห้องพัก แล้วนำไปโยนทิ้งน้ำ ก่อนจะกลับมาเผาทำลายหลักฐานแล้วหลบหนีไป จึงเก็บพยานหลักฐานทั้งหมด และเก็บ DNA จากบุคคลใกล้ชิดไปตรวจสอบ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย