จากรณีการบุกทลายทุนจีนสีเทาของตู้ห่าว ที่มีการยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าแล้วตอนนี้กว่า 6,000 ล้านบาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ก็เป็นอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ แต่ที่ทำเอาสังคมต้องตกใจกันอย่างหนัก ก็คือการกว้านซื้อบ้านหรูในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ด้วยวิธีการใช้นอมินี บางหมู่บ้านซื้อเกือบทั้งโครงการ ราคาหลังละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งการซื้อบ้านและที่ดินในลักษณะแบบนี้มีมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถนับออกมาเป็นตัวเลขได้ เนื่องจากชื่อเจ้าของเป็นคนไทย
เราสอบถามไปยัง นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ลักษณะแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นวิธีการที่ทุนจีนที่มีกำลังทรัพย์ทำมานานแล้ว โดยเอาเงินเข้ามาลงทุนสร้างหมู่บ้านจัดสรรเอง แล้วก็ขายให้กับคนจีนกันเอง โดยใช้นอมินีในการจดทะเบียนต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย
ในมุมหนึ่งก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจจะเป็นภัยคุกคามด้านที่อยู่อาศัยของคนในประเทศ เพราะหากควบคุมไม่ได้ในอนาคตก็จะส่งผลไปถึงโครงสร้างธุรกิจภาพใหญ่ของประเทศด้วย เช่น ราคาที่ดินย่านนั้น ๆ อาจจะดีดราคาสูงขึ้นจากราคาตลาดปกติ
นอกจากนี้ยังข้อมูลเกี่ยวกับการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวจีนในประเทศไทย จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่าจีนเป็นประเทศที่มีกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์สูงสุด ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจากปี 2560-2565 พบว่าคนจีนเป็นเข้าของห้องชุด จำนวน 27,738 ยูนิต รวมมูลค่าเป็นเงินกว่า 116,833 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นทุนจีนสีเทา แต่เป็นภาพรวมของคนจีนที่มีอิทธิพลต่ออสังหาริมทรัพย์ไทย