อดีตลูกศิษย์ศูนย์ปฏิบัติธรรม แฉ เข้าข่ายลัทธิประหลาด จ.บุรีรัมย์

วันที่ 15 ธ.ค. 2565 | 06.30 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - อดีตลูกศิษย์ ศูนย์ปฏิบัติธรรมจีนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เคยเลื่อมใสศรัทธา แต่พักหลังเริ่มรู้สึกไม่เห็นด้วย จึงเอาตัวเองออกมา จนล่าสุดทนพฤติกรรมเรี่ยไรเงิน และหล่อหลอมความเชื่อผิด ๆ ของศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ที่ทำมามากว่า 10 ปี จนต้องออกมาแฉว่ามีการฟอกเงินทำธุรกิจสีเทาอย่างแน่นอน

อดีตผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมศูนย์ปฏิบัติธรรมจีนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงค์ธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวเรียกรับเงินจากผู้คนที่เข้าไปปฏิบัติธรรมเดือนละหลายล้านบาท แถมพยายามปลูกฝังความเชื่อที่ผิด งมงาย เหนือธรรมชาติตลอดเวลา จึงอยากให้ตรวจสอบชายสัญชาติจีน เจ้าของศูนย์ปฏิบัติธรรมโดยด่วน

อดีตผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม เปิดเผยว่า ตนเองเคยเข้าไปปฏิบัติธรรมในสถานที่ดังกล่าวมากกว่า 10 ปี และปกติทางศูนย์ฯจะเรียกเก็บเงินผู้ที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรม ประมาณ 200 คน คนละ 100 บาทต่อหนึ่งเดือน ปัจจุบันเพิ่งปรับเป็นคนละ 200 บาท อ้างว่านำไปบูรณะปฏิสังขรณ์ และช่วงประมาณสิ้นปี ก็จะเชิญผู้ปฏิบัติธรรมเข้าร่วมกิจกรรมบวชจิต คนละ 200 บาท โดยจะต้องกินนอนอยู่ที่ศูนย์ฯเป็นเวลา 3 วัน หากมีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯเข้าร่วมด้วย ก็จะต้องชำระเงินจำนวนเท่ากัน ไม่มีลดหย่อนใด ๆ ทั้งสิ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ทางศูนย์ฯ จะสั่งงดกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด กินได้แค่ผักและพืชที่ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น และทุก ๆ สิ้นปีจะมีกิจกรรมกินนอนอยู่ที่ศูนย์ฯเป็นเวลา 3 วัน จะมีลูกศิษย์ซึ่งเป็นเศรษฐีประจำจังหวัด ที่นับถือและบูชาศูนย์ฯดังกล่าว นำสิ่งของมามอบให้เป็นจำนวนมาก 

โดยระหว่างปฏิบัติธรรม ก็จะพยามยัดเยียดคำสอน และความเชื่อแบบผิด ๆ ที่งมงายเหนือธรรมชาติ จากนั้นจะมี เตี๋ยนฉวนซือ ซึ่งเป็นไต้ซือ สัญชาติจีน ปรากฎตัว แล้วเดินเข้าไปหาผู้ปฏิบัติธรรมรายบุคคล แล้วใช้นิ้วจิ้มไปที่หว่างคิ้วของคนนั้น ๆ เพื่อทำพิธีเปิดจุดญาณทวาร อ้างว่าจะหลุดพ้นจากการเวียนไหว้ตายเกิดทั้งหมด แถมช่วยฉุดบรรพชน 7 ชั้น และดวงวิญญาณลูกหลาน 9 ชั่วอายุคน ให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมด้วย พร้อมย้ำว่าทุกคนที่ผ่านพิธีกรรมนี้ไปจะมีบัตรผ่านไม่ต้องตกนรกหมกไหม้ แถมประกาศกับผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนว่า หากครอบครัวใครที่ไม่เห็นด้วย หรือไม่มีความเชื่อในเรื่องนี้ สามารถมาพักที่ศูนย์ฯได้ตลอดเวลา ไม่ต้องสนใจ ทำให้คนในพื้นที่ รวมไปถึงอดีตข้าราชการที่เกษียณแล้ว ต่างหลงเชื่อ เข้าฝากตัวเป็นลูกศิษย์อย่างล้นหลาม สุดท้ายมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับครอบครัว

ส่วนตัวทราบว่าศูนย์ฯแห่งนี้ก่อตั้งในหลาย ๆ จังหวัดในภาคอีกสาน จึงสงสัยว่าเจ้าของศูนย์ฯดังกล่าว เป็นใครมาจากไหน เข้ามาในประเทศไทย มีจุดประสงค์อะไร เข้ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และเส้นทางการเงินของศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว ว่าเข้าข่ายการฟอกเงิน หรือทำธุรกิจสีเทาหรือไม่

ขณะเดียวกันทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต พยายามติดต่อไปยังศูนย์ฯดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่ไปพบเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นเพจของศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว และพบว่าเพจดังกล่าวเปิดใช้งาน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 มียอดผู้ติดตามประมาณ 400 คน แถมยอดเช็กอินประมาณ 2,000 ครั้ง ส่วนข้อมูลการโพสต์แทบไม่มีรูปเทพเจ้า หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับหลักคำสอน หรือแนวปฏิบัติที่สอนเลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง