ข่าวออนไลน์7HD

คกก.วิชาการโรคติดต่อ ชง 7 แนวทาง เปิดรับทัวร์จีน เน้นเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ

คกก.วิชาการโรคติดต่อ ชง 7 แนวทาง เปิดรับทัวร์จีน เน้นเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
คกก.วิชาการโรคติดต่อ ชง 7 แนวทาง เปิดรับทัวร์จีน เน้นเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ นักท่องเที่ยวจีนตรวจเอกสารฉีดวัคซีน-ซื้อประกันโควิดระยะสั้น ส่วนผู้ประกอบการดำเนินการตามแนวทาง SHA, SHA+ ฉีดวัคซีน 4 เข็ม

วันนี้ (31 ธ.ค.65) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีวาระสำคัญ คือ การเตรียมรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเพิ่มขึ้นจากนโยบายเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2566 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 5 ล้านคน ในปี 2566 รวมทั้งจะมีผู้เดินทางจากไทยไปจีนมากขึ้น จึงต้องมีการพิจารณามาตรการและเตรียมแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะนำผลของที่ประชุมเสนอต่อผู้บริหารกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมรับผู้เดินทางจากจีนในวันที่ 5 ม.ค.66 เพื่อกำหนดเป็นมาตรการของประเทศร่วมกัน

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการฯ กล่าวว่า การพิจารณามาตรการคำนึงถึงหลักการเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ อยู่บนพื้นฐานด้านวิชาการ ความปลอดภัยสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ สอดคล้องกับมาตรการผู้เดินทางเข้าออกของประเทศต่างๆ ซึ่งที่ประชุมร่วมกันพิจารณาและประเมินความเสี่ยงโดยใช้ข้อมูลสถานการณ์โรค ข้อมูลการเดินทางระหว่างประเทศ มาตรการของประเทศต่างๆ แล้วเห็นว่า ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีแนวทางและมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 เพื่อเตรียมรับผู้เดินทางจากจีน ดังนี้

1. กำหนดมาตรการป้องกันโควิด เพื่อรับผู้เดินทางจากจีน ได้แก่ ตรวจเอกสารรับรองวัคซีนโควิด 19 และประกันสุขภาพระยะสั้นที่ครอบคลุมการรักษาโควิด ก่อนเดินทางเข้าไทย สอดคล้องกับข้อกำหนดของจีนในการรับผู้เดินทางเข้าประเทศ ที่ให้ตรวจ RT-PCR ก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมง

2. สื่อสารถึงมาตรการและคำแนะนำต่างๆ ของไทยให้ผู้เดินทางก่อนเดินทางเข้าไทย ผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สายการบิน ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ

3.ระบบเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าประเทศที่ช่องทางเข้าออกประเทศ โดยสุ่มตัวอย่างตรวจสายพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันสายพันธุ์ที่พบในจีนไม่แตกต่างจากที่เคยมีรายงาน ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อนำไปพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสม

4.เตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขให้รองรับผู้ป่วยชาวต่างชาติได้มากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว

5. สื่อสารมาตรการป้องกันตนเองตลอดเวลาที่ผู้เดินทางท่องเที่ยวอยู่ในไทย เช่น สวมหน้ากาก การล้างมือ และจัดบริการสายด่วนสำหรับนักท่องเที่ยว

6.ผู้ประกอบการและร้านค้า ดำเนินการตามแนวทาง SHA, SHA+

7.กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงคมนาคม สื่อสารผู้ประกอบกิจการ ผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวรับวัคซีนโควิดครบ 4 เข็ม โดย สธ.จะเตรียมวัคซีนให้กับแรงงาน ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และภาคคมนาคม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน รวมถึงคนไทยทุกคนให้ได้วัคซีนรวม 4 เข็ม เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเตรียมการจัดทำแผนรองรับในระยะต่างๆ ให้มีการติดตามประเมินมาตรการที่กำหนดเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์รอบด้าน ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดให้ตรวจหาเชื้อโควิดในผู้เดินทางจากจีน สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของ European CDC แต่หากมีข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์หรือสถานการณ์ระบาดเปลี่ยนแปลง จะพิจารณาความจำเป็นของการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทางเข้าไทยอีกครั้ง