ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เรื่องร้อนกับการทำหน้าที่และจริยธรรมตำรวจไทย

ข่าวภาคค่ำ - มีสองเรื่องร้อนที่ยังเป็นกระแสต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งปมฉาว อดีตรองนายกรัฐมนตรี ย.ยักษ์ ไปจนถึงเสี่ยเบนท์ลีย์ มีอะไรที่สะเทือนไปถึงจริยธรรมตำรวจ ติดตามกับคุณสุธาทิพย์ ผาสุข ในคอลัมน์หมายเลข 7

เป็นสองคดีร้อนที่ทำให้ตำรวจไทยถูกร่อนตะแกรงตรวจสอบอย่างหนักอีกครั้ง เริ่มจากคดีเสี่ยเบนท์ลีย์ ชนดะ แต่ไม่ถูกจับตรวจแอลกอฮอล์ กว่าจะจับตรวจเลือดก็ทิ้งเวลานานอย่างน้อยสี่ชั่วโมง ไม่พบตำรวจในที่เกิดเหตุ พร้อมคำถามตามมาอีกมากมายถึงการทำหน้าที่ ไปจนถึงความรู้สึกของสังคม ที่มองว่าเกิดเหตุกับคนรวยทีไร มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นทุกที

ตอนนี้ตำรวจแจ้งข้อหากับเสี่ยเบนท์ลีย์ไปแล้ว 3 ข้อหา โดยมีประเด็นขับรถในขณะเมาสุรารวมอยู่ด้วย และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในวันเกิดเหตุ เพื่อคลายความสงสัยของสังคม แต่ก็ยังมีคำถามถึงข้อหาเมาแล้วขับ ที่สวนทางกับหลักฐานที่ปรากฏ โดยใช้วิธีการคำนวณย้อนหลัง จนมีเสียงวิจารณ์ว่าจะเป็นการทำส่ง ๆ ไป เพื่อให้พ้นกระแสกดดันของสังคม แล้วให้ไปหลุดในชั้นศาลหรือไม่ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สังคมต้องจับตาต่อ รวมถึงผลสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีนี้ จะออกมาอย่างไร หลังพบความผิดปกติหลายอย่าง

เอกสารที่คุณผู้ชมเห็นอยู่นี้ กลายเป็นประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ กรณีส่งหนังสือชี้แจงอดีตรองนายกฯ ย.ยักษ์ ที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาว ว่า เป็นชู้กับภรรยาชาวบ้าน ผลแจ้งความ ดำเนินคดีอดีตฝ่ายหญิงคนสนิท แบบยกครัว ทั้งพ่อแม่และสามี ฐานฉ้อโกง อีกทั้งการดำเนินคดีก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองเดือน ก็ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

การตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลายเป็นประเด็นงอก ที่ชวนให้สังคมร่วมกันขบคิด ท่ามกลางความซับซ้อน ซ่อนเงื่อนของคดีหลัก ระหว่างปมชู้สาว ผิดศีลธรรม จะพลิกไปเป็นเรื่องถูกตบทรัพย์ได้หรือไม่ มีแต่พยานหลักฐานที่ชัดเจนเท่านั้น ที่จะเป็นตัวตัดสิน และไม่ว่าจะเป็นคดีใดก็ตาม กระบวนการยุติธรรมตั้งต้น อย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือด่านแรกที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้สมกับการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง