ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : คุ้ยคดี จนท.ทุจริตเรียกรับเงิน พัวพันทุกส่วนราชการ

ข่าวภาคค่ำ - พฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐตอนนี้ฉาวออกมาให้เห็นไม่มีพัก ล่าสุดเป็นกรณีของเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ที่ถูกซ้อนแผน หลังไปเรียกรับเงินร้านขายอุปกรณ์มือถือ และยังมีเรื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ยักยอกเงินในองค์กรจนสร้างความเสียหายให้กับรัฐกว่า 200 ล้านบาท ทบทวนเรื่องราวเหล่านี้กับ คุณสุธาทิพย์ ผาสุข

นับตั้งแต่เปิดศักราชปี 2566 หน้าหนึ่งสังคมไทยยังคละคลุ้งและเต็มไปด้วยข่าวทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่นอกจากจะสวนทางกับความพยายามในการปฏิรูประบบราชการ ขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลแล้ว ปัญหาเหล่านี้ยังส่อว่าจะลุกลามบานปลายไม่หยุดง่าย ๆ จนหลายคนหมดศรัทธา และไม่เชื่อว่าการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในสังคมไทยจะลดน้อยถอยลงไปได้จริง ๆ

เริ่มที่ข่าวอื้อฉาวข้ามปีของกลุ่มทุนสีเทา ที่วันนี้มีข้อมูลเปิดออกมาเรื่อย ๆ และพบว่าเชื่อมโยงพัวพันเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ ทั้งแวดวงการเมือง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และดีเอสไอ ที่ใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ แลกกับการเพิกเฉย สนับสนุนเป็นใจให้แก๊งมังกรนอกรีตเหล่านี้กระทำความผิดในประเทศไทย

ที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือข่าวอธิบดีกรมอุทยานฯ ถูกแฉว่ามีพฤติกรรมเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ในสังกัด แลกกับการรักษาตำแหน่งและความก้าวหน้าในสายงาน จนเป็นที่มาของภาพนำกำลังบุกเข้าไปจับกุมอธิบดีถึงห้องทำงาน ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และพยานเริ่มพลิกลิ้นให้การไปในทำนองไม่มีการเรียกผลประโยชน์

แต่เรื่องฉาวในกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังไม่จบเท่านี้ ยังมีข่าวการทุจริตในอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ คนวงในออกมาแฉพฤติกรรมของอดีตหัวหน้าอุทยาน ที่หากินกับทรัพยากรธรรมชาติ การทุจริตตั้งเบิกเบี้ยเลี้ยงสวนทางกับความจริง และการจ้างงานแม่บ้าน แต่สวมรอยในตำแหน่งนักวิชาการ เพื่อกินเงินส่วนต่างที่มากกว่า 3-4 เท่า ที่แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธ แต่ อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ยืนยันว่ารูปแบบการกระทำเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมที่รู้กันดีภายในกรมฯ

ส่วนนี่เป็นภาพเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตถูกซ้อนแผน หลังไปเรียกรับเงินร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ที่จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 300,000 บาท ก่อนต่อรองเหลือ 50,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดีให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล
 
แม้กรณีนี้จะมีการอธิบายภายหลังว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ก็ยังถูกตั้งคำถาม ทำเกินกว่าเหตุ เกินอำนาจหน้าที่หรือไม่

ขณะที่เรื่องฉาวในแวดวงราชการก็ยังส่งกลิ่นไม่เลิก ล่าสุดวันนี้ ตำรวจ ปปป.บุกจับเจ้าหน้าที่การเงิน อบต.ลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ หลังอาศัยช่องโหว่ถอนเงินกองคลัง กว่า 15 ล้านบาท ออกจากธนาคาร แต่ที่น่าตกใจกว่านั้น คือ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการเงินหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ พบว่ามีเงินราชการรั่วไหลออกจากระบบโดยไม่ทราบสาเหตุรวมกว่า 200 ล้านบาท

ยังไม่ถึงเดือนของศักราชใหม่ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงราชการกลับผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่สะท้อนว่าการปราบทุจริตจะทำแค่คำพูดไม่ได้