สนามข่าว 7 สี

รถบรรทุกเอทานอล กว่า 3 หมื่นลิตร เสียหลักลงเขาศาลปู่โทน เพลิงไหม้ทั้งคัน จ.ปราจีนบุรี

สนามข่าว 7 สี - เช้านี้ใครที่ต้องขับขี่รถใช้เส้นทางถนนสาย 304 ช่วงทางลงเขาศาลปู่โทน ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ต้องเพิ่มความระวังให้มาก เพราะมีรถบรรทุกเอทานอลเสียหลักพลิกคว่ำ แล้วเกิดพลิงไหม้ คนขับบาดเจ็บ โดยตลอดคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยง ยังดับเพลิงไม่ได้

นี่คือภาพขณะรถบรรทุกพ่วงคันหนึ่ง ที่บรรทุกเอทานอลมาเต็มคันรถ โดยตามรายงานมีจำนวนมากถึง 32,000 ลิตร ได้ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ บริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นภูเขา มีความลาดชันอย่างมาก แต่ที่ผ่านมาผู้คนนิยมเดินทางสัญจรเส้นทางนี้ ไป-มาเชื่อมระหว่างอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และไปยังจังหวัดอื่น ๆ ของภาคอีสาน และจังหวัดภาคตะวันออก

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (24 ม.ค.) โดยทันทีที่ตำรวจ สภ.วังขอนแดง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับแจ้งก็ไปตรวจสอบ โดยพบรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำขวางถนนทั้ง 2 ช่องจราจร ในสภาพที่เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงประสานกู้ภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่จาก 3 อบต. ระดมรถน้ำเข้าพื้นที่ช่วยกันดับเพลิงอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันก็พบคนขับทราบชื่อคือ นายชยิน อายุ 59 ปี ถูกไฟลวกผิวหนังทั่วร่างกายได้รับบาดเจ็บ จึงประสานกู้ภัยให้มาช่วยเหลือพาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนาดี เพื่อให้แพทย์รักษาต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างเกิดเหตุยังส่งผลให้รถที่สัญจรไปมาลำบาก เนื่องจากตำรวจทางหลวงนาดี ต้องเปิดช่องทางจราจร ขาขึ้นไปจังหวัดนครราชสีมา เหลือ 1 ช่องทาง โดยให้รถยนต์ รถกระบะผ่านไปได้ ส่วนรถบรรทุกยังไม่อนุญาตให้ขับผ่านเส้นทางนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

นับแต่เกิดเหตุช่วงค่ำเมื่อวาน เจ้าหน้าที่พยายามจะควบคุมเพลิงที่โหมไหม้รถบรรทุกให้ได้ แต่ก็ทำได้ยาก เนื่องจากรถคันดังกล่าวบรรทุกเอทานอลมา จำนวน 32,000 ลิตร ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เบื้องต้นเมื่อคืนเจ้าหน้าที่ทำได้แค่ฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้เท่านั้น ป้องกันเพลิงลุกลามไปไหม้ป่าข้างทาง และรถคันอื่นได้รับความเสียหาย

เหตุการณ์ล่วงเลยมาจนถึงช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 00.30 น. ปราฏว่าเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงที่ไหม้ได้ ทำให้ต้องขอสนับสนุนรถฉีดโฟม โดยใช้เวลาดับเพลิงนาน 4 ชั่วโมง ก็ยังดับเพลิงไม่ได้ แต่ล่าสุดเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และจะมีการเคลียร์พื้นผิวจราจร เพื่อให้รถขับขี่ผ่านเส้นทางนี้ได้ตามปกติ