เช้านี้ที่หมอชิต

แม่ร้อง คืบหน้าช้า นักเรียน รร. มัธยมดัง ชักปืนตบหน้าเด็กสมาธิสั้น

เช้านี้ที่หมอชิต - เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้น และถึงกับทำให้คุณแม่ของผู้เสียหายต้องมาร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อว่า ลูกชายชั้น ม.3 ซึ่งเป็นเด็กสมาธิสั้นด้วยนั้น อยู่ดี ๆ ก็ถูกเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมโรงเรียนหนึ่งรุมทำร้ายจนม้ามฉีก ใช้อาวุธปืนตบหน้าจนตาบวม ซึ่งต่อมายังข่มขู่ไปยังครอบครัวด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบสาวไปจนรู้ว่าผู้ก่อเหตุมีใครบ้าง เรียนอยู่โรงเรียนไหน แต่ผ่านมาแล้วกว่า 7 วัน เด็กมัธยมซึ่งก่อคดีและมีอาวุธปืนแบบนี้ แต่คดีแทบไม่คืบหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ

นี่คือภาพเหตุการณ์ขณะที่น้อง ม.3 โดนนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนต่างโรงเรียนลากไปทำร้ายโดยไม่แคร์สายตาใคร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์และถ่ายคลิปไว้ ซึ่งทุกคนก็ดูตกอกตกใจ ถ้าฟังดี ๆ จะได้ยินเสียงขึ้นลำปืนดังแก็กด้วย จากจุดเกิดเหตุก็ลากไปที่สนามหญ้า แล้วก็พาไปทำร้ายที่ศาลาไกล ๆ ออกไปอีก จากนั้นก็พาขึ้นรถออกไปที่อาคารอีกแห่งหนึ่ง ถูกคุมตัวไว้นานกว่า 1 ชั่วโมง จนคุณพ่อทราบเรื่องจึงได้รีบมารับตัวแล้วพาไปส่งโรงพยาบาล ส่วนวัยรุ่นที่ทำร้ายพากันหลบหนีไป น้องบอกว่าไม่เคยรู้จักพวกที่ทำร้ายมาก่อนเลย แต่มีเพื่อนที่ไปด้วยรู้จักหนึ่งในผู้ก่อเหตุ จึงรู้ว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนใด ซึ่งยังเรียนอยู่ 4 คน และจบไปแล้ว 2 คน

น้องได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 16.00 น. ได้นัดแฟนสาวซึ่งเรียนอยู่อีกโรงเรียนมาเดินเที่ยวเล่นกันบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งก็มีเพื่อนนักเรียนชาย 2-3 คน ไปด้วย เดินเล่นกันได้สักพักมีกลุ่มวัยรุ่น 6 คน แต่งชุดไพรเวต เดินตรงเข้ามาหาพร้อมสอบถามว่ามาทำอะไรที่นี่ จึงบอกว่ามาเดินเที่ยวหนึ่งในวัยรุ่นจึงตะโกนใส่ว่า "เก๋าหรือ" จากนั้นก็เกิดเหตุดังที่เห็น หนึ่งคนนั้นได้ชักปืนแบบแม็กกาซีนสีเงินแล้วปลดแม็กโชว์ลูกกระสุนปืนให้ดูว่าเป็นของจริง ก่อนบรรจุแม็กใส่เข้าไปใหม่ แล้วใช้ด้ามปืนตบเข้าไปที่เบ้าตาขวาอย่างแรง คนอื่นก็รุมทำร้ายและกระทืบตนเองอย่างหนำใจ

คดีนี้เกิดในจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2566 ผู้เสียหายมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเป็นใคร เรียนโรงเรียนไหน แต่ด้วยคดีไม่มีความคืบหน้าจึงทำให้ คุณแม่ของน้องต้องนำเรื่องนี้ไปร้องเรียนกับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ทางเพื่อน ๆ ของลูกก็บอกว่า ทางผู้ก่อเหตุจะล่าศพลูก พร้อมเอาแช็ตข้อความให้ดู ทำให้เป็นกังวลมากจึงได้ส่งลูกไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว ส่วนตัวเองก็ระแวงว่าจะไม่ปลอดภัยเช่นกัน เพราะวัยรุ่นตอนนี้มันหัวร้อนหมด

หลังสื่อมวลมวลชนเผยแพร่ภาพข่าวและเหตุการณ์ออกไป เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ก็ได้ประสานไปยังคุณแม่และน้องมัธยมที่ถูกทำร้ายมาให้ปากคำ ต่อมาจึงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่าในด้านคดีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุไล่ดูกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ทางตำรวจจะดำเนินการประสานไปยังทางโรงเรียนของผู้ก่อเหตุเพื่อให้ทางโรงเรียนประสานไปยังผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุให้รับทราบ ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนของผู้ก่อเหตุตามที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลนั้น ทางสื่อมวลชนก็ได้ไปสอบถามเช่นกัน ซึ่ง ผู้อำนวยการ บอกว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังทราบว่ามีนักเรียนในโรงเรียนไปทำร้ายเด็กนักเรียนโรงเรียนอื่นทางสารวัตรโรงเรียนได้รีบไปที่เกิดเหตุทันที แต่ไม่พบคนเจ็บ และไม่ทราบว่าไปส่งโรงพยาบาลไหนมาทราบภายหลัง ส่วนนักเรียนที่ไปก่อเหตุทำร้าย ทางโรงเรียนทราบชื่อหมดทั้ง 4 คนแล้ว ในส่วนของโรงเรียน ตามระเบียบทำได้เพียงแค่การว่ากล่าวตักเตือนและปรับพฤติกรรม การทำโทษด้วยการพักการเรียนหรือไล่ออกทำไม่ได้ ตอนนี้ได้เรียกเด็กที่ก่อเหตุและผู้ปกครองมาพบแล้ว ส่วนเรื่องทำร้ายหรือทางคดีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ให้ว่ากันไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากทางโรงเรียนได้รับการประสานขอความร่วมมือก็ยินดีและพร้อมให้ข้อมูลต่าง ๆ กับทางเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง