ข่าวเย็นประเด็นร้อน

สาวอ้างคนขับรถเมล์เมากร่าง ท้าโทรแจ้ง จ.ปทุมธานี

ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ผู้โดยสารโวย พนักงานขับรถเมล์ ขับรถส่ายไป-มา ไปชนรถจักรยานยนต์ ชนฟุตบาทขอบถนน แถมปิดประตูหนีบผู้โดยสาร 

มีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งได้โพสคลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า รถเมล์สายหนึ่ง มีอาการแปลก ๆ เหมือนคนเมาขับรถชนมอเตอร์ไซค์ แล้วขับต่อไปยังชนฟุตบาท ขับส่ายไปส่ายมาแถมปิดประตูงับผู้โดยสาร

ผู้สื่อข่าว ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ดังกล่าวชื่อคุณเฟิร์นได้เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตนเองได้รับงานร้องเพลงไว้ที่หมู่บ้านเมืองประชาแถวบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และได้ขึ้นรถประจำทางสายปรับอากาศสาย 680 รังสิต-บางใหญ่ พอขึ้นรถไป คนขับรถได้ขับรถกระชากตั้งแต่ออกจากอู่แล้ว ซึ่งตนเองไม่อยากคิดอะไรมาก อาจจะเป็นเทคนิคการขับรถของคนขับ ซึ่งในรถมีผู้โดยสารเต็มคัน เราก็ได้บอกกระเป๋ารถเมล์ว่าถ้าถึงหมู่บ้านเมืองประชาให้บอกด้วย เพราะเราไม่เคยไป แต่หลังจากนั้น 5 นาทีกระเป๋ารถเมล์ได้ลงจากรถไป หลังจากนั้นคนขับรถก็ขับช้ามาก และเปิดประตูรถคาไว้ เราก็ไม่รู้ว่าคนขับจะเปิดประตูไว้ทำไม ในเมื่อรถยังวิ่งอยู่ จากนั้นรถก็เริ่มวิ่งเร็วขึ้น จากกนั้นตนเองก็หลับไป ซึ่งตนเองนั่งตรงข้ามกับประตูและได้ยินเสียงประตูดังปังแรงมาก ไม่รู้ประตูเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งตนเองก็ถามป้าที่นั่งข้าง ๆ ว่ารถเป็นอะไร ป้าบอกว่ารถชนมอเตอร์ไซค์จากนั้นป้าก็บอกให้รถเมล์จอด ซึ่งป้าก็รีบลงจากรถไปเลยพร้อมกับผู้โดยสารบางคน ซึ่งขณะนั้นผู้โดยสารอยู่เต็มรถเมล์ (ผู้โดยบางคนลงไปนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงปลายทาง) เพราะไม่อยากนั่งรถคันนี้แล้ว

และหลังจากนั้นคนขับรถได้ปิดประตูหนีบผู้โดยสารที่กำลังลงจากรถ และผู้โดยสารก็ร้องและวิ่งลงจากรถไป จากนั้นรถก็ส่ายไปส่ายมา แล้วก็ขับไปชนฟุตบาทอีกซึ่ง ตนเองคิดว่าไปต่อไม่ไหวแล้ว จึงเดินไปหาคนขับ เพราะอยากรู้ว่าเขาหลับในหรือเปล่า หรือว่าเมา แล้วเหตุการณ์ก็เป็นอย่างในคลิป 
ตนคิดว่าคนขับเมาแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าเมาอะไร เพราะเราไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะคนขับลุกออกมาจากที่นั่ง กลัวเขามีอาวุธ เราก็ถามเขาว่าเมาหรือเปล่า เขาก็บอกว่าเป็นอะไร ขับส่ายไปส่ายมามันเป็นอะไร ตนเองจึงตัดสินใจจะลง บริเวณที่ตนเองลงจากรถก็เป็นทางเปลี่ยว ตนเองต้องเดินเป็นกิโลเลย กว่าจะไปถึงถนนที่มีรถไปต่อ หลังจากนั้นตนเองได้สอบถามไปทางนายท่ารถประจำทางสาย 680 ได้คำตอบมาว่า ที่กระเป๋ารถเมล์ลงมานั้น เขาลืมเอกสาร ส่วนคนขับก็ต้องรอตรวจสอบก่อน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปยังอู่รถเมล์สายดังกล่าว ได้ข้อมูลจากหัวหน้างานของคนขับรถว่า คนขับรถดังกล่าวอายุประมาณ 50-60 ปี อาศัยอยู่ที่พักฟรีภายในอู่รถกับแฟนที่เป็นกระเป๋ารถเมล์ ตนเองพึ่งมาทราบเรื่องเมื่อนี้ หลังจากเห็นในข่าว ตนจึงเข้าไปตามคนขับรถดังกล่าวเพื่อจะสอบถามถึงสาเหตุ แต่ปรากฏว่าคนขับรถได้ขนของย้ายออกไปแล้วเมื่อคืนนี้  

เมื่อหลายวันก่อนคนขับรถคันคนนี้ ได้ขับรถเมล์ไปประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถยนต์ 2 คัน ถูกตำรวจเป่าแอลกอฮอล์ แต่ไม่พบ จากเหตุการณ์นี้คนขับรถรายนี้ต้องเสียเงินซ่อมเป็น 100,000 บาท ตนเองคิดว่าเรื่องนี้ได้อาจเป็นสาเหตุ ที่ทำให้คนขับรถเครียด ทำให้ขับรถใจลอย ไปชนฟุตบาท และลืมปิดประตูรถ ตนเองยืนยันได้ว่าคนขับรถคันดังกล่าวไม่มีการดื่มสุรา เพราะทางเรามีมาตรการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ทั้งเช้าและเย็น ส่วนเรื่องรถไปชนกับมอเตอร์ไซค์ตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นความจริง ถ้าหากชนจริงต้องมาเรียกร้องที่อู่แล้ว แต่จากการตรวจสอบรถเมล์พบว่า มีร่องรอยการชนแท่งแบริเออร์จริง ทำให้รถเสียหาย ตนเองฝากขอโทษผู้โดยสารด้วย

คืบหน้าล่าสุด วันนี้ (25 ม.ค.) กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ได้เรียกผู้จัดการสายพร้อมนายตรวจของผู้ประกอบการขนส่งบริษัท กิติสุนทร จำกัด มาสอบสวนของเท็จจริง โดยให้การว่าผู้ขับรถคันดังกล่าวคือนายประจักษ์ ล้อมกลาง (ขณะนี้หลบหนี) ยังไม่สามารถติดตามตัวมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงได้ และในช่วงเวลาที่เกิดเหตุขึ้นนั้น นายประจักรฯ ได้ขับรถออกจากตลาดรังสิต เพื่อไปยังบางใหญ่เป็นเที่ยวสุดท้าย เวลาประมาณ 20.00 น. โดยยอมรับว่านายท่าที่ทำหน้าที่ควบคุมการเดินรถไม่ได้ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถคนดังกล่าวว่ามีสภาพร่างกายพร้อมที่จะขับรถหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการให้บริการในเที่ยวสุดท้าย

กรมการขนส่งทางบก พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีดังกล่าวผู้ประกอบการขนส่ง ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง โดยให้ผู้ขับรถที่มีสภาพร่างกายหย่อนความสามารถในการขับรถมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร จึงเป็นความผิดตามมาตรา 36 ประกอบมาตรา 131 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 จึงได้ดำเนินการ ดังนี้ 1.เปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการขนส่ง จำนวนเงิน 5,000 บาท 2.ให้ผู้ประกอบการขนส่งจัดอบรม กำชับ ตักเตือนพนักงานขับรถในสายดังกล่าวทั้งหมด เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
    
สำหรับนายประจักษ์ ล้อมกลาง พนักงานขับรถคันดังกล่าว ชึ่งได้หลบหนีอยู่ในขณะนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการจดแจ้งประวัติการกระทำความผิดไว้ในระบบใบอนุญาตขับรถ และจะได้ติดตามตัวเพื่อมาดำเนินพิจารณาลงโทษต่อไป