สนามข่าว 7 สี

แจ้งข้อหา 7 เยาวชน รุมทำร้ายคู่อริในโรงพยาบาล จ.กาฬสินธุ์

สนามข่าว 7 สี - ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก 7 เยาวชน ที่ยกพวกไปรุมทำร้ายคู่อริในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ หลังจากทีมสหวิชาชีพสอบสวนเสร็จ โดยทุกคนยอมรับร่วมก่อเหตุจริง ส่วนกรณีที่ทะเลาะวิวาทกันก่อนหน้านี้ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างรอพยานมาชี้ตัวคนก่อเหตุ และอาจจะแจ้งข้อหาเพิ่มอีก

จากเหตุการณ์เยาวชนชาย 7 คน ได้ยกพวกเข้าไปรุมทำร้ายคู่อริ ซึ่งเป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ขณะที่เยาวชนชายใส่ชุดดำ เดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และหยุดยืนดูโทรศัพท์มือถือ ก็มีเยาวชนชาย 2 คน เดินปรี่เข้ามาใช้หมัดต่อยที่ใบหน้า จนทำให้เยาวชนชายชุดดำเซออกไป

จากนั้นอีกคนก็ใช้หมวกกันน็อกตีซ้ำ ก่อนที่จะมีเพื่อนจะเข้ามาสมทบ รุมทำทำร้ายจนเยาวชนชายชุดดำล้มลงกับพื้น โดยผู้ก่อเหตุไม่สนว่าจะมีญาติ และผู้ป่วยที่มารอพบแพทย์นั่งดูอยู่ข้าง ๆ และได้รุมทำร้ายจนหนำใจ จึงพากันเดินออกไปจากโรงพยาบาล ส่วนเยาวชนชายชุดดำก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอม

หลังเกิดเหตุผู้ปกครองได้นำตัวเยาวชนที่ร่วมกันก่อเหตุทั้ง 7 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 14-17 ปี ไปมอบตัวกับตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ และได้สอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพ โดยมีผู้ปกครองร่วมฟังด้วย เบื้องต้นทั้งหมดยอมรับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุตามคลิปจริง หลังจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันกับฝ่ายตรงข้ามที่บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านหนองบัวทอง ตำบลสมสะอาด อำเภอกุฉินารายณ์ และมาเจอกันอีกครั้งที่โรงพยาบาล จึงเขม่นกันอีกรอบ และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

พลตำรวจตรี สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ บอกว่า เบื้องต้นเยาวชนทั้ง 7 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และได้ไปยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมทั้งทำหนังสือไปยังสถานพินิจฯ ให้รับทราบ เนื่องจากยังเป็นเยาวชน เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณเดือนเศษ

ส่วนกรณีทั้ง 2 ฝ่ายทะเลาะวิวาท และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะมาก่อเหตุซ้ำในโรงพยาบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ บอกว่า ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ส่วนอาวุธปืนจากการตรวจสอบพบว่าประดิษฐ์ขึ้นมาเอง โดยใช้กระสุนขนาด .22 แบบไม่มีเกลียวลำกล้อง จึงทำให้ไม่เกิดเหตุรุนแรง

ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งรอพยานชี้ตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นจะนำตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามี 2 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจจะแจ้งข้อหาเพิ่มอีก หากพบว่าใครเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น