เช้านี้ที่หมอชิต

นักเรียนรุมกระทืบเด็ก ม.3 โต้ ปืนเป็นของคนเจ็บ จ.นนทบุรี

เช้านี้ที่หมอชิต - หลังแม่ของนักเรียนชั้น ม.3 ที่ถูกรุ่นพี่ ม.ปลาย ต่างโรงเรียน รุมทำร้ายจนอาการสาหัส ออกมาร้องสื่อ ขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย ล่าสุดคู่กรณี กลุ่มนักเรียนผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายโต้กลับว่า "เอาปืนที่ไหนไปตีตาบวม เพราะกลุ่มตนไม่มีอาวุธ"

จากกรณีแม่ร้องสื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย นักเรียนชั้น ม.3 ซึ่งเป็นเด็กสมาธิสั้น ที่ถูกกลุ่มนักเรียนชั้น ม.5 ต่างโรงเรียน รุมทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ม้ามฉีก เบ้าตาขวาถูกด้ามปืนตีจนบวมเป่ง เหตุเกิดที่ศาลาอเนกประสงค์ เทศบาลนครปากเกร็ด 1 บริเวณท่าน้ำปากเกร็ด ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ล่าสุดมีความคืบหน้าของคู่กรณี ก็คือ กลุ่มนักเรียน ชั้น ม.ปลาย ผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกาย นักเรียนชั้น ม.3 จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ม้ามฉีก ตาบวม ทั้ง 3 คน ได้ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุการรุมทำร้าย พร้อมโต้กลับว่า "ปืนปากกาไม่ใช่ของกลุ่มตน แต่เป็นของนักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส หวังชักปืนออกมาเพื่อยิงกลุ่มตน"

วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุศาลาอเนกประสงค์ เทศบาลนครปากเกร็ด 1 บริเวณท่าน้ำปากเกร็ด ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มาพบกับ นางปราณีต ยายของนายกาย นามสมมุติ นักเรียนชั้น ม.5 ได้ลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุ ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกลุ่มนักเรียนชั้น ม.ปลาย

นางปราณีต กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกมาแรงเกินไป สำหรับเด็กที่เรียนหนังสืออยู่ จะเสียอนาคตได้ เพราะตอนนี้สังคมโจมตีมาที่เด็กนักเรียนชั้น ม.ปลาย ผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกาย ตนรู้ว่าหลานชายผิด แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น การลงข่าวแบบนี้มันไม่ดี เหตุการณ์วันข้างหน้าอาจจะร้ายแรงมากกว่านี้ ตนอยากให้ผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย มาคุยกันจะดีกว่า

นายดล หนึ่งในนักเรียนมัธยมปลายที่ก่อเหตุ ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าคู่กรณีของตนได้นำเรื่องราวไปร้องเรียนกับสื่อมวลชน ขอยืนยันไม่เป็นความจริง ในวันเกิดเหตุ ตนนัดเอาแหวนกับรุ่นน้อง โดยมากัน 3 คน มี กาย พีช และตน ต่อมา นักเรียนชั้น ม.3 ที่โดนรุมทำร้ายเดินมาแล้วชักปืนหันมาทางกลุ่มพวกตน จากนั้นมีรุ่นน้องตะโกนบอกว่า "เขามีปืนปากกา" พวกตนเลยวิ่งเข้าไปชาร์จดึงเอาปืนมาเก็บไว้ เพราะกลัวโดนยิง จึงช่วยกันรุมทำร้าย ชกต่อยตามคลิป

ส่วน นายพีช บอกว่า วันเกิดเหตุ นักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส ไม่ได้มายกมือไหว้อย่างที่ออกข่าวไป ส่วนเรื่องแชทที่ส่งไปข่มขู่ ตนยืนยันว่า พวกตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยส่งแชทไปข่มขู่นักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส และไม่ได้รู้จักกัน เรื่องที่ให้ข่าวไปเกินความจริง จึงอยากให้สังคมฟังความทั้ง 2 ด้าน

ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพวันที่ 17 มกราคม เวลาประมาณ 16.00 น. ได้บันทึกภาพหลังเกิดเหตุ นายดล นายพีช และนายกาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ออกจากจุดเกิดเหตุ โดยกำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเอื้ออาทร โดยไม่ได้อุ้มนักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส ขึ้นจักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ

ภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่งภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรวัดกู้ บันทึกภาพเหตุการณ์วันที่ 17 มกราคม เวลาประมาณ 16.47 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์มาบริเวณภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร จากนั้นทางด้านกลุ่มของนักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส ก็ขี่จักรยานยนต์ตามมา พร้อมรุ่นพี่อีกคน และมีการพูดคุย ก่อนที่นักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัสจะโทรศัพท์หาพ่อให้มาหา โดยขี่จักรยานยนต์ PCX สีขาว มา

จากนั้นก็มีการพูดคุยกัน ก่อนที่ทางด้านของพ่อของนักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส ดึงปืนคืนจากกลุ่มผู้ก่อเหตุ ก่อนรับตัวลูกชายและขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน

ตามกล้องวงจรปิด นายดล กล่าวว่า เป็นหลักฐานชัดเจนว่า ตนไม่ได้ไปอุ้มนักเรียนชั้น ม.3 ตามที่เป็นข่าว เพราะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับกันปกติ ส่วนนักเรียนชั้น ม.3 ที่อาการสาหัส ไปกับรุ่นพี่ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร และให้พวกตนตามไปเพื่อที่จะไปเคลียร์กัน พอถึงตึกเอื้ออาทรทางน้องคนเจ็บโทรศัพท์คุยกับพ่อแล้วพ่อเขามารับ