อัจฉริยะ นำพยานคดีค้นบ้านอดีตกงสุลนาอูรู พบพนักงานสอบสวน

View icon 56
วันที่ 1 ก.พ. 2566 | 06.32 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพาพยานบุคคลเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ถวายฎีกาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เอาผิดรองอธิบดีและ ผอ.สำนักรายหนึ่ง เนื่องจากมีพยานหลักฐานว่ารู้เห็นภารกิจของชุดเฉพาะกิจ ดีเอสไอ ที่เข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรู ก่อนจะถูกเปิดโปงเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์

เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ ที่ สโมสรตำรวจ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำพยานบุคคลมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดรองอธิบดีดีเอสไอ และหัวหน้าฝ่ายในดีเอสไอ ในฐานความผิดมีส่วนรู้เห็นในการปฏิบัติการตรวจค้นและเรียกรับผลประโยชน์จากกรณีการออกเอกสารคำสั่งปฏิบัติการตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรู ผิดระเบียบข้อปฏิบัติชัดเจน 

โดยพยานรายนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ที่รับทราบถึงความผิดปกติในการออกเอกสารคำสั่งปฏิบัติการตรวจค้นพักเช่า และสืบจนทราบว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักคนหนึ่งของดีเอสไอ ไปหารือเรื่องการออกหมายค้นบ้านพักกงสุลนาอูรู กับตำรวจ 191 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นในวันที่ 10 ธันวาคม ไปติดกล้องที่บ้านพัก ก่อนจะไปวางแผนขออนุมัติปฏิบัติการ กระทั่งในวันที่ 13 ธันวาคม 2565 รองอธิบดี ซึ่งมีข้อมูลว่าชื่อย่อ ป. ออกเอกสารคำสั่งส่งเข้าระบบของหน่วยงาน และวนกลับมาถึงตัวเองอีกครั้ง เพื่อเซ็นอนุมัติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม แต่เอกสารฉบับดังกล่าวจะย้อนแย้ง กับคำสั่งของอธิบดีที่เคยเปิดเผยว่าเซ็นคำสั่งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม และยังทำให้เห็นว่ามีการวางแผนทำเป็นขบวนการ จนวันที่ 22 ธันวาคม ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้กระทำความผิดได้ ชุดปฏิบัติการชุดนี้จึงลงพื้นที่เข้าจับกุมทันที จนสุดท้ายมีข้อมูลว่ามีการยักยอกเงินของกลางไปประมาณ 8.5 ล้านบาท บวกกับอีก 4 ล้านบาท

นอกจากนี้นายอัจฉริยะ ยังระบุว่า รองอธิบดีและผอ.สำนักที่ตนเข้าแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบเลื่อนตำแหน่ง ซี 8 ของดีเอสไอ โดยการขโมยข้อสอบออกมาขายให้กับเจ้าหน้าที่ในราคา 1 - 1.5 ล้านบาท ซึ่งหน้าห้องของอดีตอธิบดีดีเอสไอ เคยนำข้อสอบมาให้กับพยานหญิงรายนี้ดูล่วงหน้าก่อน 2 วัน แต่พยานรายนี้ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในขบวนการซื้อขายข้อสอบ แต่ยอมรับว่าข้อสอบที่ได้เห็นตรงกับข้อสอบของจริง 

นายอัจฉริยะบอกว่า หลังจากนี้ตนจะมาร้องเรียนทุกอาทิตย์ หลังพบว่า พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่จริงจังในการตรวจสอบการทุจริตโกงข้อสอบเท่าที่ควร ซึ่งหากตรวจสอบข้อเท็จจริงจะพบว่ารองอธิบดีของ DSI มีข้อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกือบทุกคน