คาดให้คำตอบญาติ สารวัตรกานต์ ไม่ทัน 3 วัน

View icon 35
วันที่ 21 มี.ค. 2566 | 07.07 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ทนายความที่ได้รับการมอบอำนาจจากญาติของ "สารวัตรกานต์" นำประเด็นที่ติดใจสงสัยเข้าสอบถามกับตำรวจ สน.สายไหม ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ ตำรวจนครบาล เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

นายอนุชิต ธาตุเสียว ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจมาจากญาติของ พันตำรวจโท กิตติกานต์ หรือ "สารวัตรกานต์" ที่ป่วยมีอาการทางจิตเวช และเกิดอาการคลุ้มคลั่งยิงปืนในบ้านของตนเอง นำเอกสารรับมอบอำนาจและประเด็นที่ญาติติดใจสงสัยใน 5 ประเด็น ไปติดตามสอบถามความคืบหน้าทางคดีกับตำรวจ สน.สายไหม

นายอนุชิต เปิดเผยว่า ประเด็นหลัก ๆ ที่กลุ่มญาติติดใจสงสัย คือ เรื่องปฏิบัติการในวันเกิดเหตุว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุจนถึงแก่ความตายหรือไม่ โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นหลังจากที่ "สารวัตรกานต์" ตกลงมาถึงพื้น สามารถควบคุมตัวได้แล้ว เพราะเหตุใดจึงมีร่องรอยวิถีกระสุนปรากฏอยู่ รวมถึงร่องรอยวิถีกระสุนปืนต่าง ๆ ภายในบ้านที่มีจำนวนค่อนข้างมาก ซึ่งอยากให้มีตัวแทนอัยการร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย

ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีญาติบอกว่าไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แล้วจู่ ๆ เกิดเปลี่ยนใจ ยืนยันว่า เป็นการสรุปความเห็นจากญาติส่วนใหญ่ ที่ต้องการพิสูจน์ความจริง ก่อนที่เวลาจะผ่านไปแล้วไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ ส่วนประเด็นที่ได้ขอให้ตำรวจชี้แจงทั้ง 5 ประเด็น ภายใน 3 วัน จากการพูดคุยกับผู้กำกับการ สน.สายไหม คาดว่าจะได้คำตอบไม่ครบทั้งหมด การแถลงความคืบหน้าทางคดีต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

พันตำรวจเอก กรธวัช สวัสดิ์โรจน์ รองผู้บังคับการศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้เสียชีวิต เป็นพยานรายล่าสุดที่ไปให้การกับคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว บอกว่า ถูกเรียกไปให้ปากคำในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องนิสัย พฤติกรรมส่วนตัวของ "สารวัตรกานต์" ส่วนประเด็นที่มีการแชร์คลิปที่ สารวัตรกานต์ ตะโกนพูดว่า มีตำรวจไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีตำรวจในสังกัดเกี่ยวข้อง

ด้าน พลตำรวจตรี สมควร พึ่งทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า คดีนี้คณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 40 ปาก คดีคืบหน้าประมาณ 30-40% กรอบระยะเวลาที่ญาติกำหนดขอให้สรุปสำนวนก่อนวันที่ 22 มีนาคมนี้ คงเป็นไปได้ยาก เพราะปกติแล้วการสอบสวนในแต่ละคดี พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐาน ผลการตรวจพิสูจน์ต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเดือน ส่วนที่ญาติสงสัยว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจยึดอะไรไปบ้าง ส่วนใหญ่เป็นหัวกระสุน และปลอกกระสุน ที่ตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ

ส่วนประเด็นที่ญาติร้องขอให้อัยการร่วมสอบสวนด้วย คดีนี้ อัยการสูงสุดมอบหน้าที่ให้กองสอบสวนอัยการ ตั้งทีมร่วมสืบสวนสอบสวนด้วย โดยใน 1-2 วันนี้ จะกำหนดกรอบประเด็นในการสอบสวน และคาดว่าช่วงกลางสัปดาห์นี้ จะเริ่มสอบปากคำตำรวจชุดที่บุกเข้าไปในบ้านได้ แต่ยังระบุไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าใด ส่วนเรื่องการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีจะหารือกับทางอัยการอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง