คมการเมือง : เปิดปูมหลัง พล.อ.ธรรมรักษ์ อดีตขุนพลอีสานไทยรักไทย

View icon 288
วันที่ 25 มี.ค. 2566 | 12.42 น.
สายตรงวงใน
แชร์
สายตรงวงใน - วันนี้ชวนคุณผู้ชม ไปดูย่างก้าวของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ กันหน่อย มีหลายอย่างที่น่าจับตา และมีคนบางคนที่น่าจับจ้อง เป็นใคร ไปติดตามกันเลย

เริ่มที่คนน่าจับจ้องกันก่อน ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว บิ๊กแอ๊ด พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเรียกว่าให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ถึงขนาด บิ๊กป้อม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขอให้ทุกคนยืนขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติเลย

คุณผู้ชมอาจสงสัยแล้วว่า พลเอก ธรรมรักษ์ มีดีอะไร มีความหมายแค่ไหนในทางการเมือง เพราะคนรุ่นใหม่ ๆ ก็คงไม่รู้จักแล้ว แต่คอการเมืองรุ่นเก่าหน่อยน่าจะยังจำได้ดี เพราะ พลเอก ธรรมรักษ์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้พรรคไทยรักไทย ในพื้นที่ภาคอีสานแข็งแกร่ง มีบทบาทอย่างไร ไปฟังจากปากของ พลเอก ธรรมรักษ์ กันเลย

มาย้อนดูความรุ่งโรจน์ของ พลเอก ธรรมรักษ์ ที่ช่วยให้พรรคไทยรักไทยรุ่งเรืองกันหน่อย พลเอก ธรรมรักษ์ ถือเป็นคนสำคัญที่ทำให้พรรคไทยรักไทย ปักธงชัยชนะในภาคอีสาน ได้ชื่อว่าเป็นมือประสานสิบทิศ ดึงเอา ป๋าเหนาะ เสนาะ เทียนทอง มาร่วมงานการเมืองกับไทยรักไทย ส่งให้คุณทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สำเร็จ กวาด สส. ในการเลือกตั้งปี 2544 ถึง 248 ที่นั่ง

แต่ผ่านวันรุ่งโรจน์ก็มีวันโรยรา หลังเกิดปัญหาวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก จากปัญหาหลายอย่าง ทั้งข้อกล่าวหาเผด็จการรัฐสภาทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจของตัวเอง จนเกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างหนักจาก กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

สุดท้ายคุณทักษิณก็ตัดสินใจยุบสภา แต่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการยุบสภาเพื่อฟอกตัวให้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ บอยคอตการเลือกตั้ง ไม่ส่งผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2549  ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้นก็ไปต่อไม่ได้ โมฆะไป จากการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดของ กกต.ในขณะนั้น ที่จัดคูหาไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้การลงคะแนนเป็นความลับ

วิบากกรรมของ พลเอก ธรรมรักษ์  ก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับพรรคไทยรักไทย เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทสำคัญในการจ้างพรรคเล็กลงสมัคร ซึ่งเป็นสาเหตุให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ และเจ้าตัวก็ถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา  ซึ่งหลังรับฟังคำตัดสิน พลเอก ธรรมรักษ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไว้ว่า ไม่เสียกำลังใจ ยืนยันความบริสุทธิ์ ต่อสู้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด พรรคไทยรักไทย ไม่เคยเข้ามาให้การช่วยเหลือใด ๆ

หลังจากนั้นพลเอก ธรรมรักษ์ ยังต่อสู้คดีถึงชั้นศาลอุทธรณ์ จุดเปลี่ยนอยู่ตรงนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้อง ให้เหตุผลว่า ไร้พยานหลักฐาน ยืนยันการกระทำความผิด และอัยการไม่ยื่นฎีกา ทำให้คดีถึงที่สุด พลเอก ธรรมรักษ์ รอดคุก กระทั่งได้หวนคืนกลับสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้ง ได้มายืนเคียงข้างกับบิ๊กป้อมในวันนี้

แต่ยังมีเรื่องคาใจสังคม เพราะในขณะที่อัยการไม่ยื่นฎีกาคดีของ พลเอก ธรรมรักษ์ กลับยื่นฎีกาผู้ต้องหารายอื่นอีกสี่คน และที่พีกสุด ๆ คือ ศาลฎีกามีคำพิพากษาสั่งจำคุกผู้ต้องหาทุกคน ด้วยอัตราโทษที่ลดหลั่นกันไป เป็นการปิดฉากคดีจ้างพรรคเล็ก ที่ พลเอก ธรรมรักษ์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการหลัก รอดคุกคนเดียว

ไหน ๆ พูดถึงการเสริมความแข็งแกร่งของพลังประชารัฐในพื้นที่ภาคอีสานกันไปแล้ว มาดูกันหน่อยว่า ตอนนี้ขุนพลภาคอีสานของพรรคพลังประชารัฐ มีใครกันบ้าง

ตัวตึงสุดเห็นจะหนีไม่พ้น คุณวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งตอนนี้ก็ยังติดคดีทุจริตสนามฟุตซอล อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองการ ได้ พลเอก ธรรมรักษ์ มาเสริมทัพ จึงเป็นความหวังที่จะทำให้พรรคพลังประชารัฐ เจาะฐานเสียงในพื้นที่เพิ่มเติม หลังจากในปี 2562 ได้ สส.เขต 9 และบัญชีรายชื่อ จากคะแนนภาคอีสาน 2 รวม 11 คน แต่ตอนนี้ก็กระจัดกระจาย ไม่ได้อยู่รวมเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่พรรคพลังประชารัฐแล้ว

จับตาท่าที บิ๊กป้อม กับท่วงท่า ประชาธิปไตย
จากคนที่น่าจับจ้อง มาดูเรื่องที่น่าจับตาของ บิ๊กป้อมกันต่อเลย ในวันเดียวกับที่มีการเปิดตัวพลเอก ธรรมรักษ์ ปรากฏว่า น้องมายด์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร เข้าพบด้วย ไปชมบรรยากาศการพบกันระหว่างบิ๊กป้อมกับน้องมายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล เลย

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นภาพที่เชื่อว่าหลายคนคิดไม่ถึง เพราะไม่ว่าจะมโนอย่างไร ก็คิดไม่ออกว่า บิ๊กป้อมจะเปิดโอกาสให้น้องมายด์เข้าพบ และตั้งคำถามด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีคนวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นการวางกลยุทธ์ที่จัดเตรียมมาอย่างดี ตั้งแต่สลัดตัวเองออกจากการรัฐประหาร ด้วยการระบุว่าคนทำรัฐประหารคือ บิ๊กตู่

ไล่มาจนถึงการประกาศจุดยืนล่าสุด "ก้าวข้ามความขัดแย้ง" ทำให้มีการมองกันไปไกลถึง "การนิรโทษกรรม" ในอนาคต ซึ่งก็บังเอิญว่า เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น้องมายด์ สอบถามกับ บิ๊กป้อมด้วย โดยมีการมองข้ามชอตกันไปแล้วว่า นิรโทษกรรมทางการเมืองมาแน่ ที่ยังรอวัดใจคือ จะรวมผู้ต้องหาคดี 112 ด้วยหรือไม่

โดยก่อนหน้านี้ก็มีการถอดรหัสจากจดหมายฉบับที่ 7 ของบิ๊กป้อม เรื่อง บทสรุปสู่ "ก้าวข้ามความขัดแย้ง" มีเนื้อหาระบุถึงปัญหาทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายตรงข้าม ผลัดกันเข้ามาครองอำนาจ แต่ทำให้ประเทศหมดสภาพ

วาทะเด็ดอยู่ตรงนี้ ท่านระบุในจดหมายว่า "การเมืองที่อยู่ในใจผม คือการเมืองที่ไม่ต้องมีผู้ชนะเด็ดขาด ไม่มีฝ่ายใดต้องแพ้ราบคาบ"

และมีอีกหนึ่งวรรคทองคือ "ผมพูดไม่เก่ง แต่ผมมีหัวใจ หัวใจที่ใหญ่พอจะยอมรับความแตกต่างทางความคิด เพื่อนำพาให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง"

เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 66 #วาระคนไทย ได้ที่ www.ch7.com/election2566

ช่องทางโซเชียลมีเดีย
Facebook : www.facebook.com/Ch7HDNews
Twitter : www.twitter.com/Ch7HD
IG : www.instagram.com/ch7hd_news
TikTok : www.tiktok.com/@ch7hd_news
Youtube : www.bit.ly/youtubech7hd