อัจฉริยะ จี้สอบข้อเท็จจริง 2 นายพลนำเงิน สารวัตรซัว ให้ ชูวิทย์

View icon 27
วันที่ 28 มี.ค. 2566 | 06.22 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - อัจฉริยะ ร้องทั้งตำรวจกองปราบปรามและ สน.ทองหล่อ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ทนายตั้ม โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่ามีตำรวจระดับนายพล 2 นาย นำเงินสารวัตรซัว ไปมอบให้ ชูวิทย์ จริงหรือไม่

เมื่อวานนี้ช่วงสาย เวลาประมาณ 10.45 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล สารวัตรสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความเอาผิด พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ ป.ป.ง. กับ พล.ต.ท.เปี๊ยก (นามสมมติ) และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนำเงินจากสารวัตรซัว พัวพันพนันออนไลน์ไปมอบให้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จำนวน 6 ล้านบาท ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งนายอัจฉริยะ บอกว่า จากการตรวจสอบยังพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนันถูกโอนเข้าบัญชีของภรรยาของ พล.ต.ต.เอกรักษ์ หลายล้านบาทอีกด้วย

ขณะที่ช่วงบ่าย นายอัจฉริยะ เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อที่ สน.ทองหล่อ ให้ตรวจสอบรูปภาพที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กแล้วระบุว่า มีตำรวจระดับนายพล 2 นาย นำเงินของสารวัตรซัว 6 ล้านบาท ไปมอบให้นายชูวิทย์ที่โรงแรมเดวิส แต่นายชูวิทย์บอกว่าไม่ใช่โรงแรมเดวิส จึงต้องนำภาพนี้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ให้ตรวจสอบว่าเหตุเกิดที่โรงแรมเดวิสหรือไม่

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนต้องการพิสูจน์ความจริงเรื่องเงินของสารวัตรซัว จำนวน 6 ล้านบาท ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ จะให้ดำเนินคดีกับบุคคลในภาพด้วย ซึ่งตอนนี้ตนรู้แล้วว่าคนในภาพคือใคร โดยคนซ้าย คือ ศักดิ์ พระราม 3 ซึ่งเป็นเจ้าของบ่อนที่เป็นลูกน้องของสารวัตรซัว ส่วนคนขวา คือ พลตำรวจโทเปี๊ยก ส่วน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ ปปง. น่าจะอยู่ด้านใน รูปนี้เป็นการถ่ายรูปพร้อมถุงเงิน เพื่อรายงานสารวัตรซัวว่าได้นำเงินมาให้แล้ว ซึ่งตนต้องการให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ สืบสวนข้อเท็จจริงให้ได้ว่า ภาพนี้เกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ มีการนำเงินมาให้จำนวนเท่าไหร่ และเป็นเงินของสารวัตรซัวจริงหรือไม่ ซึ่งเดี๋ยวจะรู้กันว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ ยืนยันว่าตนมาแบบเป็นกลาง ไม่ได้เข้าข้างใคร ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจทำการตรวจสอบ

ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ระบุว่าเตรียมจะเข้าแจ้งความเอาผิดตน เพราะสิ่งที่กล่าวหาไม่ใช่เรื่องจริงนั้น นายอัจฉริยะ ระบุว่า ให้ฟ้องได้เลย จะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ก็ได้ ให้ไปสู้กันในศาล และตนยังมีภาพความลับของ พล.ต.ต.เอกรักษ์ อีกเยอะ ถ้าไม่แน่จริง ตนคงไม่กล้ามาแจ้งความรองเลขาธิการ ปปง. และขอบอกไว้เลยว่า อย่าลาออกเพื่อหนีความผิด