ค่าไฟพุ่ง ปชช.เดือดร้อน "คริส โปตระนันทน์" หัวหน้าพรรคเส้นด้าย เสนอนโยบายที่ทำให้ค่าไฟไม่ใช่ภาระประชาชน แปรรูป กฟผ. เป็นเอกชน หยุดจ่ายค่า FT หยุดวิกฤต ค่าไฟแพง
โดยนายคริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเส้นด้าย โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก “พรรคเส้นด้าย - Zendai Party” เสนอแนวทางการแก้ปัญหาค่าไฟแพงของพรรคเส้นด้าย ระบุว่า “ค่าไฟแพงขึ้นมาก” เป็นประสบการณ์ตรงที่ทุกครัวเรือนต้องเจออยู่ในขณะนี้ สาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เพราะบ้านเรือนต่างๆ ใช้ไฟฟ้ามากขึ้นจากอากาศที่ร้อนจัด แต่ถึงเราจะใช้ไฟฟ้าเท่าเดิม ก็ยังคงต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นอยู่ดี
อะไร คือ ปัญหา ที่ทำให้ “ค่าไฟแพง” นายคริส ระบุว่า พรรคเส้นด้าย ค้นพบว่า ค่าไฟแพง มีที่มาจากการผูกขาดการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งนอกจากจะสร้างผลประโยชน์มหาศาลให้องค์กรตัวเอง ยังเอื้อประโยชน์ให้นายทุน “คนมีเส้น” ที่ขายไฟฟ้าให้ กฟผ. อีกด้วย โดย กฟผ. ผลิตไฟฟ้า “เกิน” ความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงไปมาก กฟผ.นำต้นทุนที่ผลิตเกิน ไปคิดเงินจากประชาชน รวมไปในค่าไฟตามบ้านเรือน ผลักภาระให้ประชาชนเป็นผู้จ่าย ที่เรียกว่า “ค่า FT” กฟผ. มีกำไรมากขึ้น ขณะที่คนไทย ต้องถูกบังคับให้จ่ายค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ไม่มีเหตุผลให้ต้องผลิตไฟฟ้าเกิน นายทุนที่ผลิตไฟฟ้าขายให้ กฟผ.ได้ความร่ำรวยตามไปด้วย เพราะขายไฟได้แพงขึ้น แม้ กฟผ.จะรับซื้อในปริมาณเท่าเดิม รวมทั้ง กลไกนี้ แข็งแรง และจะแก้ไม่ได้ เพราะ กฟผ.เป็นหน่วยงานเดียวที่ผูกขาดการผลิต รับซื้อ และกำหนดราคาค่าไฟฟ้าของประเทศไทย
นายคริส ระบุว่า ส่วน “ค่าไฟถูกลง” ทำได้เลย ด้วยการแปรรูป กฟผ.ให้เป็นเอกชน คือ นโยบายที่ #พรรคเส้นด้าย เสนอเพื่อยุติการผูกขาดไฟฟ้า ด้วยการลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลใน กฟผ.ให้น้อยกว่า 49% เพื่อแปรรูป กฟผ. จากรัฐวิวสาหกิจ ไปเป็น “บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)” เมื่อเป็นบริษัทมหาชน ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการบริหารงานที่บกพร่องเอง
ดังนั้น หากผลิตไฟฟ้าเกิน จะต้องแบกรับต้นทุนส่วนเกินเอง ไม่สามารถนำมาคิดรวมในค่าไฟบ้านได้ และให้คณะกรรมการกิจการพลังงาน เป็นผู้กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าจาก บริษัท ผลิตไฟฟ้า โดยให้ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นผู้รับซื้อ พร้อมกับปลดล็อก ให้ กฟน. และ กฟภ. สามารถรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นได้ จะเกิดผู้ผลิตรายใหม่ รายย่อย เกิดการแข่งขันในตลาด ช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้ไฟฟ้ามีราคาต่ำลง โดยให้กระทรวงพลังงาน ออกกำหนดอัตราการซื้อไฟฟ้าจากบริษัท ผลิตไฟฟ้า ในอัตราราคาต่ำที่สุดที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่าย และเปิดสัมปทาน ให้เอกชนสามารถมาร่วมลงทุน (PPP) ในการวางโครงสร้างระบบรับ-ส่งไฟฟ้า ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น