คอลัมน์หมายเลข 7 : รองสารวัตร เอื้อประโยชน์ขบวนการค้ามนุษย์-บังคับใช้แรงงาน

View icon 126
วันที่ 10 พ.ค. 2566 | 20.11 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - ขณะนี้กลุ่มแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนไม่น้อย พากันลักลอบหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ล่าสุด มีการจับกุมนายจ้างกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ที่บังคับใช้แรงงาน ซึ่งมีตำรวจเกี่ยวข้องด้วย ติดตามกับคุณมะลิ แซ่ฉิ่น ในคอลัมน์หมายเลข 7

คลิปภาพชายเดินถือปืนส่ายไปมาในบ้าน ก่อนที่กลุ่มคนในภาพซึ่งเป็นแรงงานจะเดินไปขึ้นรถ เป็นหลักฐานที่ตำรวจได้มา ก่อนที่จะออกหมายจับกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวม 9 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีตำรวจระดับรองสารวัตรเข้ามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้วย

พรมแดนที่ไร้สิ่งกีดขวาง โดยเฉพาะแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ไล่ไปจนถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีเพียงแม่น้ำขวางกั้น หากหน้าแล้งระดับน้ำลดต่ำลง ก็ถึงขั้นเดินข้ามไปมาได้ ยังคงเป็นพิกัดและจุดนัดพบที่สำคัญของขบวนการกลุ่มคนเหล่านี้ ก่อนตัดสินใจเดินทางต่อเพื่อไปแสวงหาโอกาสใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ ซึ่งมีทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกี่ยวกับภาคการประมง และยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจเดินทางต่อไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย โดยใช้ถนนหลวงลัดเลาะลงไปยังพื้นที่ภาคใต้

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน พบว่าตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้มากกว่า 225 คน และจากการจับกุมครั้งล่าสุด ยังทำให้ได้เบาะแสที่เชื่อมโยงไปไกลถึงเครือข่ายเฮียเก๊า กลุ่มขบวนการใหญ่ในการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน หรือบริการ ที่ทางการเฝ้าจับตา

นอกจากความจริงจังของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งภาครัฐนำมาเป็นเครื่องมือดำเนินการแบบถึงพริกถึงขิง ออกหมายจับตั้งแต่ผู้เกี่ยวข้องไปจนถึงคนออกเงิน แถมล่าสุดยังมีการออกหมายจับข้ามไปถึงพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหวังสกัดกั้นขบวนการค้ามนุษย์และให้ไทยไม่ต้องเป็นช่องทางผ่าน

ประเด็นที่อาจจะต้องนำมาขบคิดและหาทางสกัดกั้นด้วย นั่นคือ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งพบว่ามักจะเป็นตัวการสำคัญ ในการใช้ตำแหน่งหน้าที่แลกรับผลประโยชน์ เอื้อให้ขบวนการเหล่านี้ทำโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งล่าสุด ทาง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศคาดโทษ ผู้กำกับการแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย