คอลัมน์หมายเลข 7 : โดน ม.157 หลักฐานมัด จนท.เขตออกบัตรชมพูให้คนจีนเครือข่ายนวพร

View icon 150
วันที่ 15 พ.ค. 2566 | 20.09 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - คดีออกบัตรชมพูให้กับคนจีนกลุ่มนวพร ดูเหมือนตอนนี้หลักฐานจะมัดเจ้าหน้าที่รัฐดิ้นไม่หลุด ซึ่งเร็ว ๆ นี้ จะมีการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา โดยพบว่ามีการออกรับรองเฉพาะกรณีในบ้านนวพร รวม ๆ เกือบ 30 ใบ ติดตามกับคุณมะลิ แซ่ฉิ่น ในคอลัมภ์หมายเลข 7

เป็นเสียงสัมภาษณ์ยืนยันพฤติกรรมการทุจริตของเจ้าหน้าที่เขตบางรัก ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ บัตรชมพู ให้กับคนจีน เข้ามาอาศัยและกระทำผิดในประเทศไทย ซึ่งเร็ว ๆ นี้ จะถูกแจ้งข้อกล่าวหา หลังพบว่ามีการออกรับรองเฉพาะกรณีในบ้านนวพร รวม ๆ เกือบ 30 ใบ

เอกสารจำนวนหนึ่งที่ระบุสถานะของคนในทะเบียนบ้านของนวพร ตั้งแต่อยู่ในพื้นที่สาธร จนย้ายมาอยู่บางรัก เป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่เจ้าหน้าที่เขตบางรัก นำมามอบให้กับตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งเนื้อหาในเอกสารฉายภาพชัดว่า นวพรรับคนจีนเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน ตั้งแต่สมัยยังมีบ้านอยู่แถวสาธร ก่อนที่จะย้ายรายชื่อทั้งหมดมาที่บางรัก และรับสมาชิกมาเพิ่ม รวม ๆ เกือบ 30 คน

พฤติกรรมของนวพรได้ถูกเกาะติดมานานนับสิบปีแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีหลักฐานใดแตะได้ถึงเหมือนครั้งนี้ จนตำรวจมั่นใจว่า จับนวพรได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการเข้าค้นบ้านที่ด้านบนดัดแปลงเป็นห้องพักที่เต็มไปด้วยยาบำรุง แผ่นป้ายชื่อสมาคมพัฒนาธุรกิจการค้าไทยจีน รวมถึงบัญชีรายชื่อของคนจีนในบ้าน และตราประทับปลอมของตรวจคนเข้าเมือง

จากข้อมูลยังพบว่า พฤติกรรมของกลุ่มคนจีนที่แม้จะได้รับบัตรชมพูไปแล้ว แต่คนเหล่านี้ก็ยังฝังชื่อในทะเบียนบ้านเหนียวยิ่งกว่าปลิง ไม่อาจหาญที่จะย้ายออกไปยึดทะเบียนบ้านตามภูมิภาคที่ไปอยู่จริง เพราะว่าไม่มีเจ้าบ้านในพื้นที่รายใดกล้ารับไว้ เนื่องจากไม่มีสายป่านยาวแบบนางสาวนวพร ที่เคลีย์ได้ระยะยาว ตั้งแต่ยามเฝ้า จนถึงระดับบริหาร

การสาวไส้พฤติกรรมของกลุ่มคนจีนที่ใช้รูรั่วของระบบราชการไทย โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐให้ความร่วมมือทุจริต จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ต้องติดตาม ว่าเรื่องราวเหล่านี้ จะสิ้นสุดที่จุดไหน

เบื้องหลังการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของนวพรและกลุ่มคนจีน ซึ่งขณะนี้ ตำรวจมีพยานหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมรู้เห็นและให้ความร่วมมือด้วย หากสุดท้ายแล้วตำรวจพิสูจน์ได้ว่า สัญชาติที่นวพรได้มาปี 2535 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรของนวพรซึ่งถือสัญชาติไทย และทำธุรกิจถือครองทรัพย์สินจำนวนมาก รวมมูลค่าแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ก็อาจจะต้องถูกเพิกถอนไปด้วย เช่นเดียวกับการพิสูจน์ที่มาของทรัพย์ ซึ่งอาจตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อทุกอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง