ซ่อมหรือซ้อม? พลทหารถึงตาย

View icon 135
วันที่ 8 มิ.ย. 2566 | 06.22 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - กรณีพลทหารเสียชีวิตในค่ายทหาร หลังถูกลงโทษ แม้ว่าแม่ของพลทหารจะไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เรื่องนี้ คุณรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล บอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวน ทั้งเรื่องการเกณฑ์ทหารและการปฏิบัติต่อทหารเกณฑ์ ที่มีปัญหาเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะที่ทนายความผู้ที่เคยช่วยญาติพลทหารที่เคยถูกซ้อมตาย 2 ราย แนะว่า เป็นการยากที่ญาติจะเรียกร้องความเป็นธรรมโดยลำพัง ต้องอาศัยสื่อเป็นกระบอกเสียง และผู้รู้ทางกฎหมายช่วย จึงจะได้รู้ความจริง และได้รับความเป็นธรรม

กรณี พลทหาร วรรญวุฒิ อายุ 21 ปี ชาวอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ทหารเกณฑ์ กองพันทหารม้าที่ 27 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตบนเตียงนอน โดยมีกระแสข่าวลือสะพัดว่า พลทหารถูกทำร้ายร่างกาย แต่ผู้เป็นแม่ไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตนั้น

ทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต สัมภาษณ์ นายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ซึ่งเคยมีประสบการณ์ช่วยเหลือญาติของพลทหารที่ถูกซ้อมทรมานจนเสียชีวิต 1 ราย และอีกเหตุการณ์พลทหารถึงกับต้องหนีออกจากค่ายทหาร

จากประสบการณ์ของการเข้าไปช่วยเหลือญาติของพลทหารที่ถูกซ้อม ทนายรณรงค์ บอกว่า ถ้าเหตุการณ์เหล่านี้ ญาติไปแจ้งความเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องไม่ถึงสื่อมวลชน หรือทนายความที่อาสาเข้าไปช่วยเหลือ ก็มักจะไม่ได้รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพลทหาร ตำรวจมักจะทำคดีเท่าที่จะทำได้ มีข้อจำกัดมาก ไม่ใช่ตำรวจไม่อยากทำคดี แต่ว่ามีขั้นตอนที่ต้องผ่านหน่วยงานทหารที่ยุ่งยาก แต่ถ้าเรื่องถึงสื่อมวลชน ถึงทนายความที่อาสาช่วยเหลือ พาญาติไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หลายหน่วยงาน ตัวอย่างที่เคยพาไปร้องเรียน เช่น กรรมาธิการของสภาฯ หน่วยงานเหล่านี้ มีอำนาจเรียกทหารเข้ามาสอบสวน จึงจะได้ความจริงที่เกิดขึ้น   

ทนายรณรงค์ แนะนำญาติผู้เสียชีวิตด้วยว่า หากยังติดใจการเสียชีวิตของพลทหาร และยังไม่พอใจผลการตรวจพิสูจน์ ก็อย่าเพิ่งฌาปนกิจศพ ให้รอก่อน และญาติสามารถขอส่งศพไปชันสูตรยังหน่วยงานที่เป็นกลางได้ ซึ่งหากญาติยังคาใจสาเหตุการเสียชีวิต ทนายรณรงค์ บอกว่าพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือในการเดินเรื่องให้

ในขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล บอกว่า ได้ติดตามเรื่องนี้อยู่และเป็นห่วงเรื่องความโปร่งใสในการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเป็นอีกครั้งที่มีการเสียชีวิตในค่ายทหาร และเมื่อมีผลการเสียชีวิตออกมาว่าม้ามแตก ก็สะท้อนให้เห็นว่าการซ้อมทรมานในค่ายทหารยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้กองทัพบกจะรีบออกมาชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตว่า ไม่ได้มาจากการถูกทำร้ายร่างกาย แต่มาจากความผิดพลาดในการฝึก เมื่อเป็นเช่นนี้ กองทัพบกก็จะต้องมีความจริงใจ และมีความโปร่งใสในการให้ประชาชนตรวจสอบ โดยพรรคก้าวไกลจะติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด