อัจฉริยะ แฉ รถบรรทุกน้ำมันของกลางหาย

View icon 105
วันที่ 9 มิ.ย. 2566 | 07.21 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เรื่องการจับกุมรถบรรทุกน้ำมันเถื่อนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหมือนจะวุ่นเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะเมื่อวานระหว่างที่ "นายอัจฉริยะ" นำหลักฐานไปมอบให้ ตำรวจ บก.ปปป. ตรวจสอบข้าราชการระดับสูง กรมสรรพสามิต บอกว่า รถบรรทุกน้ำมันที่จับกุมหายไปแล้ว แต่พอสอบถามกับโฆษกกรมสรรพสามิต กลับยืนยันว่ายังอยู่กับตำรวจ แล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

เริ่มที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหลักฐานเบอร์โทรศัพท์, คลิปบันทึกเสียงการสนทนากับคน ๆ หนึ่ง ที่เป็นคนสนิทของข้าราชการระดับสูง อักษรย่อ "ย." กรมสรรพสามิต ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ไปมอบให้ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ตรวจสอบ และดำเนินคดี

นายอัจฉริยะ บอกว่า มูลเหตุที่ข้าราชการคนนี้พยายามจะเคลียร์คดีให้ได้ เพราะน้ำมันเถื่อน เป็นของหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ "บีม" ซึ่งมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับข้าราชการ "ย." โดย "บีม" ทำธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี จะส่งขายตามปั๊มน้ำมันขนาดเล็กในหลายจังหวัด ส่วนรถบรรทุกเป็นของ "เจ๊หมง" ที่ทำธุรกิจค้าของเถื่อน เช่น สุรา, บุหรี่ และน้ำมัน ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดเชื่อมโยงถึงข้าราชการ "ย." ได้ และที่น่าตกใจ คือ รู้มาว่ารถบรรทุกน้ำมันของกลางได้หายไปแล้ว

ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ พบว่า ที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 และสถานีตำรวจภูธรเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่พบรถของกลางในคดีดังกล่าว

ส่วนที่สรรพสามิตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากการสังเกตการณ์ เป็นอาคารที่มีพื้นที่ทำการจำกัด พบมีเพียงที่จอดรถโดยสารขนาดเล็ก ไม่พบรถบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ในพื้นที่อาคาร หรือบริเวณใกล้เคียง เช่นกัน

ทีมข่าวได้สอบถามต่อไปยัง นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ โฆษกกรมสรรพสามิต ซึ่งก็ยืนยันว่า รถบรรทุกของกลางไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในการดูแลของตำรวจ และตอนที่มีการเข้าตรวจสอบน้ำมันเถื่อน ไปจนถึงการส่งมอบของกลางให้ตำรวจนำไปเก็บรักษา มีการถ่ายคลิปวิดีโอบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเรื่องการดำเนินคดี หากพบว่าผู้กระทำผิดไม่มีหลักฐานการชำระภาษีจริง จะต้องถูกเปรียบเทียบปรับ มีโทษสูงสุด 10 เท่า ส่วนเรื่องข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

ด้าน พลตำรวตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง บอกว่า ทราบเรื่องนี้แล้ว กำลังสั่งการให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า สรุปแล้วรถเก็บรักษาไว้ที่ใดกันแน่