ตำรวจหญิงยศพุ่ง ส่อขัดวินัย พ.ร.บ.ตำรวจ

View icon 117
วันที่ 10 มิ.ย. 2566 | 04.14 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ตามกันต่อกับประเด็นร้อนในวงการชุดสีกากี หลังตำรวจหญิงที่จบหลักสูตร กอส. ยศพุ่งเหมือนจรวด เพราะใช้เวลาเพียง 4 ปี ไต่เต้าจากสิบตำรวจตรีหญิง เป็นร้อยตำรวจเอกหญิง

ยังคงเป็นที่พูดถึงสำหรับดรามาตำรวจหญิงยศพุ่ง หรือ ผู้กองแคท หลังเพจเพื่อนตำรวจ ออกมาแฉ ผ่านโลกออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ว่าผู้กองหญิงใหม่ป้ายแดง เธอใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการไต่เต้าจากสิบตำรวจตรี มาเป็นร้อยตำรวจเอกหญิง ซึ่งเรื่องนี้มาเป็นประเด็นร้อนจริง ๆ ในวันที่ 8 มิถุนายน ตอนนั้นประชาชนหลายคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นในทางลบกับวงการตำรวจเป็นจำนวนมาก

เมื่อวานนี้ (9 มิ.ย.) เรื่องราวดังกล่าว ถึงขั้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ซึ่งในโลกออนไลน์มีการขุดคุ้ยเรื่องราวของผู้กองแคทเป็นจำนวนมาก โดยมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ประเด็นหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอแนะนำตัวผู้กองแคทบนเวทีประกวดเวทีหนึ่ง แนะนำตัวเองว่า เธอเป็นประธานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมเขียนข้อความประกอบว่า แบบนี้ผิดระเบียบวินัยตำรวจ ตามมาตรา 78 พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 ที่ระบุว่า ตำรวจห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ซึ่งกรณีแบบนี้ถือว่าผู้กองแคท ทำผิดวินัยหรือไม่?

ซึ่งคลิปวิดีโอที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์นำมาโพสต์ นำมาจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้กองแคท ที่โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565

ผู้สื่อข่าวลองตรวจสอบข้อมูลก็พบว่า พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 ได้ประกาศยกเลิกไปแล้ว ปัจจุบันในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ คือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งแม้ว่าจะเปลี่ยนมาใช้ฉบับใหม่ แต่ข้อห้ามดังกล่าว ยังมีประกาศใช้อยู่ ซึ่งอยู่ในหมวดที่ 6 เรื่องวินัย และการรักษาวินัย มาตรา 110 ข้อที่ 17 ที่ระบุว่า ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลบริษัทดังกล่าว ในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็พบว่า บริษัทยังคงดำลงสถานะดำเนินกิจการอยู่ วันที่จดทะเบียนจัดตั้ง 11 เมษายน 2565 ทุนจดทะเบียน 100,000 บาท โดยมีชื่อของคุณพ่อของผู้กองแคทเป็นกรรมการขึ้นมาเพียงชื่อเดียว

แต่ 19 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ผู้กองแคท ยังไปแนะนำตัวว่าเป็นประธานกรรมการบริษัทอยู่เลย ห่างกันเพียงเดือนเดียว สังคมจึงตั้งคำถามสรุปว่า ผู้กองแคท เป็นประธานบริษัทหรือไม่ เพราะในเฟซบุ๊กของบริษัทหลาย ๆ โพสต์ ก็เขียนข้อความบ่งบอกว่าตัวเธอคือผู้บริหารบริษัท

ส่วนประเด็นการอบรมตำรวจหลักสูตร กอส. ก็ยังไม่จบแค่นี้ หลังที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาชี้แจง ว่ากรณีของผู้กองแคท การรับสมัคร และการคัดเลือก เป็นไปตามหลักเกณฑ์

ทำให้เพจเพื่อนตำรวจ ต้องออกมาตั้งคำถามอีกว่า ในคุณสมบัติการสมัครเรียนหลักสูตร กอส. มี 3 ข้อ คือ 1.พ่อแม่ที่เป็นตำรวจ เสียชีวิตในหน้าที่ 2.เป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน หรือเป็นบุคลากรที่ตำรวจขาดแคลน และ 3.ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ซึ่ง ผู้กองแคท พ่อแม่ไม่ใช่ตำรวจ ข้อนี้ตัดทิ้งไป ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ ก็ไม่ใช่นักกีฬาทีมชาติ หรือสร้างชื่อเสียงให้ประเทศในด้านไหน ๆ อาจจะเข้าข่ายในข้อที่ 2 ที่ว่าขาดแคลนบุคคลากร

แต่ปัจจุบัน ผู้กองแคท ดำรงตำแหน่งงานธุรการสารบรรณ จึงอยากถามกลับไปว่า ตำแหน่งดังกล่าว เป็นตำแหน่งที่สำนักงานตำรวจฯ ขาดแคลนจริง ๆ หรือไม่

ทีมสนามข่าวมีโอกาสได้ไปพูดคุยกับข้าราชการตำรวจที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้บอกว่า ตำรวจที่ผ่านหลักสูตรอบรม กอส. ที่มีคุณวุฒิปริญญาโท มีโอกาสที่จะปรับชั้นยศได้เร็วกว่า ก็เป็นธรรมดาที่คนเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะอดรู้สึกไม่ได้

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม บอกกับทีมข่าว 7HD ว่า อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับหลักสูตรดังกล่าว หลังพบว่าไม่ใช่เพียงแค่แหล่งซ่องสุมของระบบอุปถัมภ์ในการใช้เส้นสายเท่านั้น ยังมีเรื่องการทุจริตอยู่ด้วย ซึ่งจะลงลึกตรวจสอบว่าใครอยู่เบื้องหลังบ้าง

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุด ผู้กองแคท ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงประเด็นดรามาดังกล่าวว่า ภาพที่ให้คุณพ่อ คุณแม่ ประดับยศให้ เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิตรับราชการของแคท แคทไม่มีเจตนาโพสต์เพื่ออวดอ้างหรือไปกระทำการสิ่งใด เพื่อไปกระทบจิตใจเพื่อน ๆ พี่ ๆ ข้าราชการตำรวจ และทุกฝ่าย แต่อย่างใด

ในการนี้แคทกราบขอโทษอย่างสูงที่กระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้ไตร่ตรอง สุดท้ายนี้ เมื่อแคทได้รับโอกาสในการทำงาน ขอสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถและอย่างดีที่สุด

ขอบคุณภาพจาก : Facebook เพื่อนตำรวจ