ค้นบ้านเจ้าของโกดังพลุดอกไม้ไฟระเบิด ยึดอีก 1 ตัน จ.นราธิวาส

View icon 392
วันที่ 31 ก.ค. 2566 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เมื่อวานนี้ หลังจากแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบโกดัง โรงงานผลิต จำหน่ายวัตถุพลุดอกไม้ไฟ ทั้งการครอบครอง เคลื่อนย้าย และจำหน่าย จะต้องขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก โดยต่อมาช่วงเย็นวานนี้ ตำรวจ ทหาร ร่วมกันเข้าตรวจยึดดอกไม้เพลิงที่เก็บไว้ในบ้านพัก และร้านค้าเจ้าของโกดังเก็บประทัดและดอกไม้ไฟที่ระเบิดได้อีก 1 ตัน  

เป็นภาพขณะกำลังตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยทหารกองพันทหาราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา ใช้กฎอัยการศึกเข้าตรวจค้นบ้านพักและร้านค้าของ นายสมปอง เจ้าของโกดังพลุดอกไม้ไฟที่เกิดเหตุระเบิดในตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก โดยจุดแรกที่เข้าค้นเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 2 คูหาอยู่ติดกัน และอาคารพาณิชย์ชั้นเดียว อีก 2 ห้องอยู่ติดกัน ที่นายสมปองได้เปิดเป็นร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร มีกล่องกระดาษวางอยู่จำนวน 144 กล่อง และกระสอบใส่น้ำตาลทราย 20 กระสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่แกะกล่องตรวจสอบ พบดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดไผ่เงินบรรจุอยู่รวมน้ำหนักประมาณ 1 ตัน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังไปตรวจสอบอีกจุดอยู่ตรงข้ามกัน เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 3 ห้อง ซึ่งไม่มีเลขที่ ภายในร้านมีการวางจำหน่ายเบ็ด และอุปกรณ์ตกปลา ยังพบดอกไม้เพลิงวางอยู่ในกล่องกระดาษอีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้ตรวจสอบ โดยตลอดการเคลื่อนย้ายของกลางทั้งหมดออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์ทหารเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ภายในค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งการตรวจยึดดอกไม้เพลิงได้เพิ่มเติมรวมน้ำหนักประมาณ 1 ตันครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่พบเห็น เพราะทั้ง 2 จุด ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ อยู่ห่างจากโกดังเก็บพลุดอกไม้ไฟที่เพิ่งระเบิด เพียง 150 เมตร โดยชาวบ้านกลัวว่าถ้าเกิดระเบิดขึ้นซ้ำ จะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านพัก และร้านค้าของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว เป็นการซ้ำเติมความสูญเสีย

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า โกดังที่เกิดเหตุขออนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้อง แต่ไม่มีใบอนุญาตครอบครองวัตถุระเบิด จากข้อมูลพบว่าลักลอบส่งประทัดไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย ขณะที่ อธิบดีกรมการปกครอง มีคำสั่งให้นายอำเภอสุไหงโก-ลก เร่งตรวจสอบสถานที่เก็บดอกไม้เพลิง รวมทั้งที่มาของดอกไม้เพลิงดังกล่าวว่าได้มาอย่างไร แล้วรายงานผลในทันที

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติเจ้าของโกดังที่เกิดเหตุ พบว่าเคยถูกจับกุม และถูกดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง อย่างในปี 2559 มีการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัย และได้มีการจับ และดำเนินการส่งฟ้องไปแล้ว ในข้อหาเรื่องการค้า แต่ปรากฏว่าเมื่อพนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้กับอัยการสั่งฟ้อง ปรากฏว่าผู้ต้องหารายนี้มีเอกสารใบอนุญาตที่ได้มาแก้ข้อกล่าวหาในชั้นของอัยการ เบื้องต้นตำรวจเตรียมแจ้งหลายข้อหา โดยเฉพาะพระราชบัญญัติอาวุธปืน วัตถุระเบิด เครื่องดอกไม้เพลิง และขัดคำสั่งของ ผอ.รมน.ภาค 4

และถ้าจำกันได้ภายในเดือนนี้เดือนเดียว เกิดเหตุลักษณะเดียวกันนี้ถึง 2 ครั้ง โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดในพื้นที่ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ แรงระเบิดสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและมีผู้บาดเจ็บนับ 10 คน

กระทั่งมาครั้งนี้โกดังเก็บประทัดและดอกไม้ไฟที่ตลาดมูโนะ จังหวัดนราธิวาส ได้ระเบิดขึ้น สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ชนิดที่เรียกว่าพังพินาศย่อยยับ ราบเป็นหน้ากลองก็ว่าได้ เป็นที่มาของคำสั่งด่วนจาก นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง ถึงนายอำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศ ให้เร่งปูพรมตรวจสอบสถานที่ที่อาจเป็นโกดังเก็บดอกไม้เพลิง หรืออาคารลักลอบเก็บดอกไม้เพลิง รวมทั้งที่มาของดอกไม้เพลิงด้วยว่าได้มาอย่างไร